หนังสือ,วรรณกรรม,วัฒนธรรม,ศิลปะ,เทคโนโลยี และจิปาถะ

เมษายน, 2008

now browsing by month

 

ธุรกิจ 3.0 – หนังสือที่คอ Make Money Online ควรอ่าน

biz300.jpgผมเพิ่งได้อ่านหนังสือเรื่อง ธุรกิจ 3.0 – 15 ขบถผู้กำหนดเกมใหม่ : วิเคราะห์ เรียนรู้ ถึง DNA ใหม่ในโลกธุรกิจยุค Metaverse เขียนโดย พงษ์ ผาวิจิตร ผู้มีประสบการณ์ทั้งในด้านการทำธุรกิจหลายหลาก และด้านการศึกษาค้นคว้าเขียนหนังสือ รวมถึงการเป็นผู้บรรยายความรู้ให้แก่ผู้คนในองค์กรธุรกิจ ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ผลงานการเขียนของ พงษ์ ผาวิจิตร นั้น ได้รับการยอมรับมานาน

เมื่อผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบลงแล้ว ทำให้ผมได้มุมมองเรื่องปัจจุบันและอนาคตได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องที่ผมเขียน เขียนอนาคตประวัติศาสตร์ 10 ปีข้างหน้า ด้วย 10 แนวโน้มที่ต้องจับตา (1 และ 2)  ทำให้ผมได้ทำความเข้าใจความคิดตัวเองได้กระจ่างขึ้น  โดยเฉพาะประเด็นบทบาทของปัจเจกชน รัฐ และการสื่อสารสมัยใหม่ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

นี่คือประโยชน์ของการอ่าน ทำให้เราได้เปิดมุมมองและการรับรู้ใหม่ๆ  รวมถึงได้ทำความเข้าใจกับมุมมองและความคิดของตัวเองที่ไม่ชัดแจ้งให้กระจ่างขึ้นได้  นำไปสู่การเรียนรู้และทำสิ่งใหม่ๆ  การอ่านหนังสือเล่มนี้ ทำให้มีความคิดในการที่จะทำอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น โดยเฉพาะการเตรียมตัวที่จะอยู่ในโลกอนาคตโดยสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้ไม่ถูกถีบตกไปอยู่ก้นหลุม

หนังสือเล่มนี้ อธิบายให้เราเห็นถึงภาพของวิถีชีวิตยุคใหม่  ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง  ปัจเจกชนถูกดึงเข้าสู่วังวนการแข่งขันของธุรกิจ  เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางสังคม  และผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นว่า โลกในยุคสมัยต่อไป ไม่มีการแยกส่วนระหว่างคน รัฐ องค์กรทางสังคม แบบโดดๆต่อไปแล้ว  ทุกอย่างจะเกี่ยวโยงถึงกันหมด เหมือนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ที่เชื่อมโลกเข้าด้วยกัน

ธุรกิจในยุค 3.0 จึงเป็นธุรกิจที่อาศัยเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน  ซึ่งวิถีชีวิตของคนเราก็ขึ้นอยู่กับสิ่งดังกล่าวมากยิ่งขึ้น  จะเห็นได้ว่า บรรดาธุรกิจที่เป็น “15 ขบถผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ที่กล่าวไว้หนังสือเล่มนี้ ส่วนมากเป็นธุรกิจด็อตคอม และเหล่าดิจิตอลมีเดีย ซึ่งก็จัดอยู่ในระนาบเดียวกัน

Read More

Citizen Journal : Natayaa Blog-ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน

บล็อก (Blog) เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองการสื่อสารของปัจเจกชนที่หาทางออกจากข้อจำกัดในการสื่อสารผ่านสื่อหลักๆ บล็อกทำให้ปัจเจกชนสามารถสร้างสื่อ (Media) และควบคุมเนื้อหา (Content) ได้เองอย่างเบ็ดเสร็จ ในกระบวนการสื่อสารทั้งหมด ปัจเจกชนหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) ที่เป็นเจ้าของบล็อก เป็นผู้กำกับควบคุมทุกขั้นตอน

บล็อกจึงเป็นหนึ่งในสื่อภาคพลเมือง (Citizen Journal) และปัจเจกชนหรือบล็อกเกอร์ก็คือผู้สื่อข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งสื่อ ผู้ส่งสาร และผู้ควบคุมหรือผู้รักษาประตู (Gate Keeper) ดังนั้น จึงสะท้อนตัวตน บุคลิก ความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ ต่อเหตุการณ์และสิ่งต่างๆของบล็อกเกอร์แต่ละคน

บล็อกของณฐยา ชื่อบล็อก “ดงฝรั่ง” เป็นอีกบล็อกหนึ่งที่แสดงตัวตนของบล็อกเกอร์ตามแนวคิดของสื่อภาคพลเมือง จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เนื้อหาในบล็อกที่นำเสนอสู่สาธารณะนั้น กล่าวได้ว่า เป็นการรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ผ่านข้อเขียนที่มุ่งให้เกิดความสนุกสนาน บางครั้งก็ใช้รูปแบบการเสียดเย้ย (Satire) อันเป็นรูปแบบหนึ่งของการเขียนที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้แก่ผู้อ่านได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนำเสนอผ่านบล็อกที่เป็นการสื่อสารสองทางด้วยแล้ว ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้อ่าน ที่สะท้อนกลับผ่านช่องทางการแสดงความคิดเห็น (Comment) อันเป็นเครื่องมือที่ทำให้บล็อกเป็น Web2.0 ที่ผู้อ่านกับผู้เขียนมีปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งต่างจากยุค Web1.0 ที่เป็นการสื่อสารทางเดียว เช่นเดียวกับสื่อกระแสหลักอื่นๆ คือ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์

Read More

คนกับกติกา และปัญหารัฐธรรมนูญไทย

mob3.jpgmob3.jpgmob3.jpg

การปกครองทุกระบบในทุกประเทศ รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดในการปกครอง  รัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับ รวมถึงฉบับ พ.ศ. 2550 มีบทบัญญัติไว้ว่า  กฎหมายใดที่ขัดกับรับธรรมนูญถือว่าใช้บังคับไม่ได้ อันแสดงให้เห็นถึงสถานะสูงสุดของรัฐธรรมนูญ

ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้ว 18 ฉบับ รวมถึงฉบับ พ.ศ.2550 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และกำลังเป็นปัญหาสร้างความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินไปอย่างเข้มข้น  โดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นำโดยพรรคพลังประชาชน อันเป็นร่างทรงของพรรคไทยรักไทยเดิม ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ด้วยมีข้อรังเกียจว่า มีที่มาที่ไปไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะมีการร่างขึ้นภายใต้รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร  แต่ก็ถูกคัดค้านจากฝ่ายค้านและขบวนการประชาชนในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่กล่าวหาว่า พรรคพลังประชาชนและรัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม มิใช่เพื่อประชาชน

ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นดังกล่าว รวมถึงที่ผ่านมาตั้งแต่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกในปี พ.ศ.2475  ส่วนมากแล้ว รัฐธรรมนูญตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งทางการเมือง  เพราะรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย  มีการทำลายหรือล้มล้างรัฐธรรมนูญอยู่เสมอ  ล่าสุด รัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2540 ก็ถูกล้มล้างโดยคณะรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 และรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ.2550 ก็กำลังจะถูกแก้ไขอีก ในข้อหาไม่เป็นประชาธิปไตย

จากเหตุการณ์ล้มล้างและแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นมาตลอดกว่า 70 ปีของระบอบประชาธิปไตยไทย  จึงทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นปัญหาจริงหรือไม่  กฎกติกาสูงสุดถูกทำลายและล้มล้างไปเพราะเหตุใด แม้จะมีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดโทษไว้สำหรับกรณีล้มล้างรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีผู้กระทำเช่นนั้นอยู่เรื่อยๆ และก็ใช้รัฐธรรมนูญนั่นแหละนิรโทษกรรมความผิดให้แก่ตัวเอง

พฤติกรรมของการล้มล้างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่า รัฐธรรมนูญเป็นเพียงเหยื่อความขัดแย้งของคนเท่านั้น  เป็นเพียงข้ออ้างในการแย่งชิงอำนาจที่อิงอยู่กับผลประโยชน์ของกลุ่มคนที่มีอำนาจทางการเมือง  ดังนั้น คนจึงเป็นปัจจัยหลักในปัญหาประชาธิปไตย หาใช่รัฐธรรมนูญไม่  คนเป็นผู้ร่างกติกา เป็นผู้ใช้กติกา  เป็นผู้เปลี่ยนแปลงกติกา  ดังนั้น กติกาจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นกับผู้ใช้นั่นเอง

เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนขึ้น โปรดพิจารณาข้อความต่อไปนี้

Read More

DAILY EXPRESS : การทดลองต่อยอดสื่อของเครือเนชั่น

ผมติดตามดูหนังสือพิมพ์ DAILY EXPRESS ของเครือเนชั่น นับตั้งแต่ฉบับเปิดตัวครั้งแรกคือวันที่ 5 มีนาคม 2551 จนถึงวันนี้ (28 เมษายน 2551) นับได้เดือนเศษ  ตั้งใจว่าจะเขียนถึงสักครั้ง วันนี้ได้โอกาสเหมาะ จึงขอเขียนถึงสักเล็กน้อย เท่าที่ปัญญาจะพอมองเห็นได้

หนังสือพิมพ์ DAILY EXPRESS ขนาดแท็บลอยด์ หรือครึ่งหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายวัน ขนาดมาตรฐานทั่วไป  ซึ่งในประเทศไทยมีอยู่เป็นจำนวนน้อยที่เป็นหนังสือพิมพ์รายวัน เพราะส่วนมากแล้ว มักตีพิมพ์เป็นรายสัปดาห์ หรือรายปักษ์ กระทั่งรายเดือนก็มี  เนื่องมาจากไม่ใช่ “พิมพ์นิยม” หรือเป็นสิ่งที่คุ้นเคยสำหรับคนไทย ขณะนี้น่าจะมีเพียง บางกอกทูเดย์ฉบับเดียวที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง

เครือเนชั่นได้ออกหนังสือพิมพ์  DAILY EXPRESS ในครั้งนี้ หากเป็นการวางจำหน่ายก็คงไม่เป็นที่น่าสนใจนัก  แต่การพิมพ์เพื่อแจกจ่ายโดยไม่คิดมูลค่านี่ต่างหาก เป็นสิ่งที่ทำให้หนังสือพิมพ์ฉบับนี้น่าสนมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม คือคนที่อยู่ในวัยทำงาน ที่ต้องการความแปลกใหม่ในการรับข่าวสาร  โดยผู้จัดพิมพ์หวังรายได้จากทางอื่น อันได้แก่ การลงโฆษณาสินค้าต่างๆ  ในระยะยาว 

การลงทุนทำหนังสือพิมพ์รายวันที่เป็นภาษาอังกฤษแจกฟรีในครั้งนี้  หากมองอย่างผิวเผินก็นับว่าเป็นการสุ่มเสี่ยงอย่างมาก  เพราะพฤติกรรมของคนไทยส่วนมากแล้ว  มักชอบของฟรีแต่ไม่นิยมใช้ของฟรี นั่นคือ  ขึ้นชื่อว่าของฟรีแล้วมักอยากจะได้มาไว้เป็นเจ้าของ  แต่เมื่อได้มาแล้วมักจะไม่ค่อยใช้  ของแจกทั้งหลายจึงกลายเป็นขยะในห้องเก็บของ  จึงทำให้น่าเป็นห่วงว่า หนังสือพิมพ์ DAILY EXPRESS อาจตกอยู่ในชนะตากรรมเดียวกัน

Read More

Blog, Blogger ในฐานะ Citizen Journal, Citizen Reporter

ปัจจุบันบล็อกไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งบล็อกเดี่ยวๆที่บล็อกเกอร์ทำขึ้นมาโดยใช้ซอฟท์แวร์ของผู้ให้บริการฟรี อาทิ Word Press  หรือเขียนขึ้นมาเอง   และ Free Blog ที่มีอยู่มากมายทั้งของไทยและต่างประเทศ รวมถึง บล็อกขององค์กรต่างๆ ที่เปิดให้คนทั่วไปทำบล็อกฟรี ซึ่งจำนวนบล็อกที่แท้จริงนั้น ไม่มีใครได้สำรวจอย่างจริงจัง  แต่ก็น่าจะใกล้เคียงกับจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ต  เพราะเมื่อรู้จักใช้อินเตอร์เน็ตแล้ว คงมีน้อยคนที่ไม่รู้จักบล็อก

Blog ได้กลายเป็นคลื่นแห่งการสื่อสารลูกใหม่ของศตวรรษที่ 21  ที่สืบเนื่องมาจากผลของ “คลื่นลูกที่สาม” ใน ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ตามทฤษฎีของ อัลวิน ทอฟเลอร์ ที่แบ่งสังคมมนุษย์ออกเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ คือ ช่วงคลื่นลูกที่ 1  ยุคการเกษตร คลื่นลูกที่สอง  ยุคอุตสาหกรรม และคลื่นลูกที่สาม ยุคข้อมูลข่าวสาร ซึ่งการเกิดขึ้นของ Blog นั้นย่อมเป็นผลพวงมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร (Information and Communication Technology-ICT) และ Blog ก็เป็นส่วนหนึ่งของ ICT ดังกล่าว โดยมีสถานะเป็น ทั้ง Technology และ Information and Communication ด้วย

คลื่นลูกที่สามได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแก่สังคมอย่างรวดเร็วและแบบก้าวกระโดด  โดยเฉพาะเทคโนโลยี ICT ได้สร้างสรรค์เครื่องมือสื่อสารใหม่ๆที่เปิดโอกาสให้ปัจเจกชนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ทุกระดับชั้น เทคโนโลยีเหล่านี้กระจายไปได้ทุกซอกมุมของโลก ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะ Blog เท่านั้นครับ

Read More

เจ้าชีวิต

ตาลเดี่ยว

ใครเคยสังเกตบ้างว่า ชีวิตของคนเรานี่แปลกมาก  ดูเหมือนว่าเราสามารถควบคุมได้  บังคับให้อยู่ในกำมือของเรา  แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว  กลับไม่ใช่  เราไม่สามารถควบคุมชีวิตให้อยู่ในกรอบและเกณฑ์ที่เราต้องการได้เสมอไป  เรากลับเป็นฝ่ายต้องเดินตามชีวิต  มันจะพาไปไหนเราก็ต้องตามต้อยๆ   ทุกข์สุขอย่างไรก็แล้วแต่ชีวิตจะเป็น

ในทุกงานที่ผ่านมา  พบได้พบเห็นคนเป็นจำนวนมาก ที่ถูกชีวิตบังคับควบคุม  ทั้งๆที่ดูเหมือนว่าแรกเริ่มเดิมทีนั้น เขาเป็นฝ่ายควบคุมชีวิต  เป็นเจ้าแห่งชีวิตของตนเอง

อย่างเช่นเรื่องนี้ที่ผมเกี่ยวข้องเมื่อสิบปีกว่าก่อน…

นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่หลายคนในยุคสมัยที่ตนรุ่งโรจน์  มีชื่อเสียงโด่งดัง มีเพียงแค่เค้าโรงเรื่อง  ยังไม่ลงมือเขียน สำนักพิมพ์ก็จับจองจ่ายเงินให้แล้ว  เกียรติยศและสตางค์หลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย   มากเหมือนน้ำหลาก   ราวกับจะไม่มีวันหมด   ตอนนั้นแหละที่ชีวิตอยู่ในกำมือ จะใช้มันอย่างไรก็ได้  

 แล้ววันหนึ่งน้ำที่เคยหลากก็แห้งหายไปฉับพลัน  เหมือนน้ำป่าบ่ามาแรงก็แห้งไปเร็ว   เร็วจนตั้งตัวไม่ทัน 

            ผ่านยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ไปแล้ว  ชีวิตที่เคยเป็นเจ้าของ  จะใช้มันอย่างไรก็ได้  กลับกลายเป็นว่าไม่สามารถจะใช้งานมันได้  ชีวิตกลับมาควบคุมเราไว้ในกำมือ

            เขามือตกหรือก็เปล่า  ยังเขียนหนังสือดีเช่นเดิม  แต่ชีวิตไม่ให้โอกาสเขาอีกแล้ว  เหมือนกับมันจะบอกว่า  เอ็งพอแล้ว  ใช้ข้าตามใจมามากแล้ว  ที่นี้ข้าจะใช้เอ็งบ้าง

Read More

ดูละครเกาหลีก่อนแล้วย้อนดูละครไทย

daejungum.jpg

มูลเหตุที่ทำให้ผมอยากเขียนเรื่องนี้  มีอยู่หลายประการ ประการแรก ก็คือ ผมเคยทำงานเป็น Out Source ในบริษัทเกาหลีแห่งหนึ่งในประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน  จึงพอจะรู้จักคนเกาหลีอยู่บ้าง ประการที่สอง ก็คือ การไหลบ่าของวัฒนธรรมเกาหลี ทั้งวัฒนธรรมดั้งเดิม เช่น เรื่องอาหาร การแต่งตัว และวัฒนธรรมป๊อบ เช่น หนัง ละคร นักร้อง นักแสดงพันธุ์เกาหลีที่กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของวัยรุ่นไทย ประการที่สาม ก็คือ ลูกสาววัย 11 ขวบของผม ก็เป็นคนหนึ่งที่อินเทรนด์เกาหลี โดยดูซีรี่ย์เกาหลี ดูเกมส์โชว์เกาหลี และฟังเพลงเกาหลี   เธอจึงรู้จัก แดจังกึมและลียองเอ ชอบเจ้าหญิงวุ่นวายเจ้าชายเย็นชาและยุนอึนเฮ  สนุกสนานกับเกมส์โชว์ X-MAN ทำให้เอ่ยชื่อ คังโฮดง,ลีซิงกิ,คิมจองกุกอีริคมุน และ ฯลฯ ได้อย่างคล่องปาก  เธอผู้มีอายุ 11 ขวบ ต่ออินเตอร์เน็ต เข้าเว็บ Esnip, Imeem, Ijigg เพื่อดาวน์โหลดเพลงของ ดงบังซิงกิ ลง MP3 แม้ตอนไปกินข้าวที่ศูนย์อาหารในห้างก็สั่งหมูทอดแบบเกาหลี เรื่องเกาหลีทั้งหลายที่กล่าวมานี้ เธอรู้จักดีเท่าๆกับเรื่องไทยๆ เช่น AF ตี๋ ต้อล ลูกโป่ง พะแพง ว่าน โฟร์มด เกิลลี่เบอรี่  ป๊อด-โมเดิร์นด็อก รวมถึง “ถ้าคุณแน่อย่าแพ้ป.4” และครูเป๊ะ 

ผมจึงสงสัยเหมือนพ่อแม่อีกไม่น้อยว่า ทำไมเทรนด์เกาหลีจึงมีอิทธิพลต่อเด็กๆ (และผู้ใหญ่ด้วย อย่าปฏิเสธเสียให้ยากนะตัวเอง) ผมจึงค้นคว้าหาคำตอบ เพื่อให้หายสงสัย

Read More

เขียนอนาคตประวัติศาสตร์ 10 ปีข้างหน้า ด้วย 10 แนวโน้มที่ต้องจับตา (2)

คราวที่แล้ว กล่าวถึง 5 แนวโน้มใน ตอนที่ 1 ไปแล้ว คราวนี้ มาว่าต่อถึง 5 แนวโน้มที่เหลือที่จะเกิดขึ้นในโลกอนาคตครับ

6. อำนาจโลกใหม่ (น่าจะเรียกว่า New World Power) นั่นคือ อำนาจทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่เคยเรียกว่าประเทศโลกที่สาม หรือประเทศกำลังพัฒนาเมื่อ 20 ปีก่อน  อันหมายถึงประเทศที่อยู่นอกทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ  ในปัจจุบันนี้มีหลายประเทศที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จนกลายมาเป็นประเทศที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจโลก ที่สำคัญได้แก่ จีน อินเดีย  บราซิล และกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียที่เป็นเจ้าของบ่อน้ำมัน ที่ลุกขึ้นยืนตั้งหลักได้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และกำลังจะกลายเป็นประเทศที่ท้าทายมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเดิม อย่างกลุ่ม ยุโรป อเมริกา  ญี่ปุ่น ซึ่งชัดเจนขึ้นทุกขณะ คือ

จีน มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอันดับหนึ่ง แม้เศรษฐกิจของจีนจะเป็นไปในลักษณะการรับจ้างผลิตสินค้าแต่ก็มีการพัฒนาอุตสาหกรรม ระบบการเงินการธนาคาร การลงทุนอย่างดีเยี่ยม ทำให้มีเงินสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก มีความมั่นคงทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง จึงเริ่มเข้าไปลงทุนในบรรษัทใหญ่ๆของสหรัฐเมริกา  มีการทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อเซ้งกิจการขนาดยักษ์ที่มีปัญหา แต่ก็ถูกกีดกันจากทั้งรัฐบาลและองค์กรธุรกิจในสหรัฐ ที่น่าจับตามองก็คือจีนขยายการลงทุนไปยังประเทศในทวีปอาฟริกา ซึ่งจีนกำลังมีบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของดินแดนที่ไม่มีใครสนใจอย่างจริงจังมาก่อน 

อินเดีย กลายเป็นมหาอำนาจทางไอทีรายใหม่ของโลก รวมทั้งเป็นแหล่งผลิตบุคลากรไอทีและวิทยาศาสตร์ป้อนให้แก่บริษัทต่างๆทั้งยุโรปและอเมริกา กลายเป็นแหล่ง Out Source ที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ ยังไม่นับการที่ทุนอินเดียรุกคืบเข้าไปครอบครองกิจการในอเมริกาและยุโรปอย่างช้าๆ

บราซิล ประเทศในทวีปอเมริกาใต้แห่งนี้กำลังเป็นที่จับตามองในแง่ที่เป็นแหล่งทรัพยากรอันสมบูรณ์ โดยเฉพาะการค้นพบบ่อน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีปริมาณสำรองเป็นจำนวนมาก และการจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เศรษฐกิจของบราซิลเติบโตแข็งแรง รวมไปถึงการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ บราซิลก็ทำได้ไม่แพ้ชาติอื่นที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

Read More

เขียนอนาคตประวัติศาสตร์ 10 ปีข้างหน้า ด้วย 10 แนวโน้มที่ต้องจับตา (1)

ผมขอบังอาจเขียนอนาคตประวัติศาสตร์ โดยการคาดการแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนับจากวันนี้ไปอีก 10 ปีข้างหน้าในขอบเขตประเทศไทยและโลก เพื่อเป็นการลับสมองประลองปัญญาของผมเอง และขอชวนพวกเราทั้งหลาย ได้เขียนอนาคตประวัติศาสตร์ ตามประสบการณ์และความคิด ของแต่ละคนด้วยกันครับ

สิ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนใน 10 ปีข้างหน้า 10 อย่าง คือ

1. พลังอำนาจของปัจเจกชน(ขอเรียกว่า Idividaul Power ไปพลางๆ) ปัจเจกชนก็คือพวกเรานี่แหละครับ คือคนแต่ละคนที่มีความคิด ประสบการณ์ และชีวิตที่มีรูปแบบเฉพาะของตนเอง  แต่ก่อนปัจเจกชนจะถูกควบคุมโดยกฎ ระเบียบ แบบแผน ของโลก ของประเทศ ของสังคม ขององค์กรที่ตนสังกัด  จึงขาดอำนาจต่อรองในเรื่องต่างๆ  แต่นับจากนี้ไป ปัจเจกชนจะสามารถต่อรองกับองค์กรทั้งหลายที่เคยบีบังคับพวกเขาได้มากขึ้น และมีพลังมากขึ้น โดยการรวมตัวกันของปัจเจกชนเป็นกลุ่มก้อน และเป็นการเฉพาะกิจ เพื่อกระทำเรื่องราวหนึ่งๆให้สำเร็จลงไปแล้วก็เลิกกัน โดยอาศัยเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่เป็นตัวเร่งเร้า เชื่อมโยง และเป็นศูนย์รวมให้ปัจเจกชนสามารถเข้ามารวมตัวเพื่อต่อรอง  ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนของพลังปัจเจกชนคือ การรวมพลังกันเพื่อช่วยเหลือคนๆหนึ่ง เช่น บรรดาศิลปินจัดงานเพื่อช่วยเหลือยอดรัก สลักใจ ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง หรือ กรณีผู้อ่านและผู้ศรัทธาในหนังสือพิมพ์มติชน ช่วยกันระดมทุนลงขันซื้อหุ้นหนังสือพิมพ์มติชนเพื่อไม่ให้ บริษัทแกรมมี่เข้ามาซื้อหุ้น เป็นต้น  ปัจเจกชนเหล่านี้เมื่อรวมตัวกันทำภารกิจเสร็จแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันไป นี่จะเป็นพลังสำคัญที่จะก่อรูปขึ้นอย่างชัดเจนขึ้นในอนาคต

Read More

สามเดือนของ Kosol Talk ขอ talk to friends

Kosol Talk ขอ talk to friends ผมโพสต์กระทู้แรกของ KosolTalk.com เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2551 มีคนร่วมแสดงความคิดเห็น 2 คนคือคุณไวพจน์กับคุณเอก โดยผมเขียนเรื่องหนังสือ “ต้องแพ้ก่อนจึงจะชนะได้” ของ สนธิ ลิ้มทองกุล นายใหญ่แห่งเครือผู้จัดการ และเป็นแกนนำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองในระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

ผมเขียนถึงเรื่องความล้มเหลว ที่เป็นคุณสมบัติหนึ่งของผม (และของคนอื่นๆด้วย มากน้อยต่างกัน) ไม่ได้เขียนในแง่ตีโพยตีพาย น้อยใจ หรือท้อถอย แต่เขียนในแง่ที่ว่า ความล้มเหลวเป็นของธรรมดา ไม่เสียหาย เพราะมันทำให้คนต้องหาทางดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด คล้ายเป็นยาดีชูกำลัง  ถ้าหากรู้จักใช้มันเป็น

ผมก็ล้มเหลว หรือล้มลุกคลุกคลานกับชีวิตมาตลอด จึงรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา  หาทางรับมือกับมันด้วยสติ ค่อยๆคิด ค่อยๆใช้ปัญญา แม้โอกาสยังมาไม่ถึงก็เตรียมความพร้อมเอาไว้  คืออย่าได้เสียกำลังใจ  ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์เอาไว้ ทั้งแก่ตัวเองและผู้อื่น  ซึ่งมีสิ่งต่างๆมากมายให้ทำ

นับจากวันที่ 22 มกราคม ถึงวันที่ 22 เมษายน ก็ครบสามเดือน หนึ่งไตรมาสพอดี  ผมได้พูดคุยไปหลายเรื่อง มีเพื่อนๆเข้ามาร่วมอ่าน ร่วมคุย เป็นจำนวนมากพอสมควร ซึ่งผมไม่ได้หวังไว้ว่าจะมากขนาดนี้  ในแต่ละวันก็มีคนคลิกเขาเยี่ยมชมไม่น้อย วันหนึ่งก็นับสิบๆคน  อันเป็นจำนวนที่เกินคาดการณ์เอาไว้

Read More