หนังสือ,วรรณกรรม,วัฒนธรรม,ศิลปะ,เทคโนโลยี และจิปาถะ

พระอาทิตย์ เทวดาตงฉินแห่งรามเกียรติ์

ในวรรณคดีเรื่อง รามเกียรติ์ มีตัวละครมากมายทั้งฝ่ายที่เรียกว่าธรรม  คือฝ่ายมนุษย์ที่มีพระรามพระลักษณ์เป็นผู้นำ ตามด้วยมนุษย์และลิง เป็นกำลังหลัก โดยมีเหล่าเทวดาเป็นกำลังเสริมอยู่เบื้องหลัง (แน่นอน เพราะพระลักษณ์พระรามเป็นเทวดาแบ่งภาคลงมาเกิดนี่นะ) และฝ่ายอธรรมที่มีทศกัณฑ์เป็นผู้นำ และมีพลยักษ์น้อยใหญ่เป็นผู้ตาม (ไม่มีพวกอื่นมาช่วยเหลือ จึงงานนี้ทั้งมนุษย์ ลิง เทวดา รุมกินโต๊ะยักษ์) ตัวละครทั้งหลายเหล่านี้ต่างได้รับแจกบทให้เล่นไปตามท้องเรื่อง ซึ่งฝ่ายเทวดานั้น จะว่าไปแล้ว มีความลำเอียงเข้าข้างฝ่ายมนุษย์อย่างเห็นได้ชัด เพราะเป็นพวกเดียวกัน

แต่มีเทวดาอยู่องค์หนึ่งคือพระอาทิตย์ (Lord Aditya) ที่มีความซื่อสัตย์ ตงฉิน ไม่กินสินบน ไม่เล่นพวก ไม่ยอมละทิ้งหน้าที่เพื่อเอียงข้างมนุษย์  แม้หนุมานซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่ของลิงซึ่งเป็นฝ่ายมนุษย์ไปขอร้องตามคำบัญชาของพระราม ให้หยุดส่องแสงแต่พระอาทิตย์ปฏิเสธ เพียงช่วยทางอ้อมเท่าที่ทำได้  ไม่น่าเกลียดนัก ไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตทั้งหลายในจักรวาลนี้ที่ต้องอาศัยแสงอาทิตย์ในการดำรงชีวิต

มูลเหตุที่พระรามบัญชาให้หนุมานไปขอให้พระอาทิตย์หยุดส่องแสงชั่วคราวก็เพื่อรักษาชีวิตของพระลักษณ์ไว้ เนื่องมาจากพระลักษณ์ออกรบแล้วประมือกับกุมภกรรณ ซึ่งมีหอกโมกขศักดิ์ซัดมาปักอกพระลักษณ์จนหมดสติกลางสนามรบ ทำให้สุครีพกับองคตซึ่งร่วมรบอยู่ในเวลานั้นรีบพากลับมายังกองบัญชาการใหญ่ที่พระรามอยู่บัญชาการ พิเภกซึ่งเป็นยักษ์น้องชายของทศกัณฑ์แปรพักตร์มาอยู่กับพระรามบอกว่า พระลักษณ์ยังไม่ตาย เพียงแต่สลบไป หอกนี้ใครก็ดึงออกไม่ได้เพราะพระพรหมได้ลงคาถาไว้ ทางแก้ได้ก็คือ ใช้ยาแก้พาหอกที่ชื่อสังกรณีตรีชวาที่เขาสรรพยาและน้ำจากปัญจมหานที รวมทั้งต้องไม่ให้พระลักษณ์ซึ่งมีหอกปักอกอยู่นั้นโดนแสงพระอาทิตย์  ถ้าโดนล่ะก็ตายแน่นอน และแนะนำว่า ให้หนุมานไปขอร้องพระอาทิตย์ให้หยุดส่องแสงแล้วไปเก็บยามาด้วย เพื่อรักษาพระลักษณ์

“แม้นละไว้จนรุ่งราตรี
ต้องแสงพระรวีจะอาสัญ
ขอให้ลูกพระพายเทวัญ
ไปห้ามพระสุริยันในชั้นฟ้า
อย่าเพ่อรีบรถบทจร
ข้ามยุคุนธรภูผา
แล้วให้ไปเก็บตรีชวา
ทั้งยาชื่อสังกรณี
ยังเขาสรรพยาบรรพต
ปรากฏอยู่ยอดคีรีศรี
กับปัญจมหานที
สรรพยาทั้งนี้มาให้ทัน
แม้นว่าได้บดชโลมลง
องค์พระอนุชาไม่อาสัญ
จะดำรงคงชีพชีวัน
หอกนั้นก็จะหลุดขึ้นมา ฯ”

พิเภกทูลตามที่ยกมาข้างบนนั้น เมื่อได้รับคำแนะนำจากพิเภก พระรามจึงทรงบัญชาหนุมานตามคำแนะนำของพิเภก ให้ไปขอร้องพระอาทิตย์และไปเก็บยา ว่า

“จึ่งมีพระราชบรรหาร
ตรัสสั่งหนุมานชาญสมร
ท่านจงไปห้ามพระทินกร
ให้งดก่อนอย่าเพ่อจรลี
แล้วรีบไปเก็บโอสถ
โดยกำหนดพิเภกยักษี
อันปัญจมหานที
มีอยู่ในกรุงอยุธยา
จงแจ้งทั้งสองน้องรัก
ว่าพระลักษมณ์ต้องหอกยักษา
จะขอนํ้าปัญจคงคา
ประกอบยาแก้หอกกุมภัณฑ์ ฯ”

หนุมานรับคำพระบัญชาเหาะด้วยฤทธาไปหาพระอาทิตย์ในเวลาเศษหนึ่งส่วนล้านของวินาที (คะเนเอา) ไปเกาะท้ายรถพระอาทิตย์จนไหวยวบ แต่ถูกความร้อนเผาจนเหลือแค่ขนเพชร(ขนที่เป็นเพชร)เส้นเดียว พระอาทิตย์จึงชุบชีวิตขึ้นมาถามไถ่ให้รู้ความ หนุมานก็บอกให้ทราบตามความจริง ว่า

“บัดนั้น
หนุมานผู้มีอัชฌาสัย
น้อมเศียรกราบทูลสนองไป
ตัวข้าได้ชื่อหนุมาน
เป็นข้าสมเด็จพระสี่กร
ภูธรยกโยธาหาญ
ไปปราบอสุราสาธารณ์
ทำการรณรงค์ในลงกา
บัดนี้พระอนุชาทรงลักษณ์
ต้องโมกขศักดิ์ยักษา
พระนารายณ์ใช้ข้าไปเก็บยา
จะกลับมาไม่ทันราตรี
ด้วยจวนพระองค์จะส่องแสง
รุ่งแจ้งแรงร้อนรัศมี
พระลักษมณ์จะม้วยชีวี
ให้ข้านี้มาทูลห้ามไว้
อย่าเพ่อให้ขับราชรถ
งดอยู่พอแก้พระลักษมณ์ได้
ใช่จะประมาทอาจใจ
ให้เคืองใต้เบื้องบทมาลย์ ฯ”

……….
พระอาทิตย์ – Lord Aditya, Hindu Deva เทวดาในความเชื่อของชาวฮินดู ปรากฏบทบาทในมหากาพย์รามายานะ หรือ รามเกียรติ์ ในจินตนาการของแขกอินเดีย ภาพจาก : stotrasmantras.blogspot.com

ฟังคำของหนุมานแล้ว ก็ให้รู้สึกชื่นชมว่ามีมารยาท รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่ใช่อ้างอำนาจเจ้านาย (พระนารายณ์อวตารเป็นพระราม) แล้วมาทำเบ่ง คำพูดที่ว่า  “ใช่จะประมาทอาจใจ   ให้เคืองใต้เบื้องบทมาลย์ ฯ” เป็นการใช้คำพูดที่รักษาน้ำใจกันเป็นอย่างมาก ข้อนี้หนุมานรู้กาลเทศะดี

เมื่อพระอาทิตย์ได้ฟังจนครบถ้วนกระบวนความ จึงตอบไปว่า อันจะให้เราหยุดเดินรถเพื่อไม่ให้มีแสงส่องดลกและจักรวาลนั้นทำไม่ได้ดอก นี่เป็นวิถีแห่งดาราจักร เป็นทางโคจรของดวงดาว หามีใครจะห้ามได้ แต่เอาเถอะ เราจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา จะได้ไม่เดือดร้อนแก่ใคร แปลความหมายได้ประมาณนี้ ซึ่งตามบทกลอนท่านเขียนไว้ว่า

เมื่อนั้น
พระอาทิตย์ฤทธิแรงแสงฉาน
ฟังวายุบุตรบัญชาการ
จึ่งมีบรรหารตอบไป
ซึ่งจะห้ามวิถีราศีจักร
ให้เสริดพักอยู่นั้นไม่ได้
แต่เราจะเดินรถชัย
เข้าเสียในกลีบเมฆา
สุดแต่มิให้แสงส่อง
ต้องโมกขศักดิ์ยักษา
เอ็งจงเร่งรีบไปเก็บยา
แก้พระอนุชาให้ทันที ฯ”

คำตอบของพระอาทิตย์ต้องชื่นชม ข้อที่ไม่เกรงใจเทวดาใหญ่คือพระนารายณ์อวตาร แต่ยินยันจะทำหน้าที่ของตนต่อไป นับว่าเป็นเทวดาที่ซื่อสัตย์ต่อหน้า คำตอบและการกระทำลักษณะนี้ถือได้ว่า win-win จักรวาลไม่มืดดับเพราะเอื้อประโยชน์ส่วนตนแก่มนุษย์ (ซึ่งก็คือตัวแทนเทวดานั่นแหละ) เป็นทางออกที่ดีที่สุดแบบโลกไม่ช้ำธรรมไม่เสีย ไม่หักด้ามพร้าด้วยเข่าและไม่ใช่ลูกขุนพลอยพยัก ได้ครับพี่ ดีครับนาย ใช่ครับผม ซึ่งพบเห็นในหมู่เทวดาทั่วไป (ในรามเกียรติ์)

ถ้าหากจะอัญเชิญเกียรติบัตรมอบแก่เทวดาในเรื่องนี้ ผมเห็นว่า พระอาทิตย์นี่แหละสมควรได้รับมากที่สุด ค่าที่คงความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ บริหารวิกฤตได้ดีที่สุด เกิดประโยชน์แก่จักรวาลทั้งปวง เป็นเทวดาตงฉินโดยแท้

……………..
ส่งท้าย :  ท่านสงสัยไหมว่า ทำไมฝ่ายพระรามต้องส่งคนไปขอร้องให้พระอาทิตย์หยุดรถเพื่อระงับแสงสว่าง ในเมื่ออยู่ในร่มภายในกองบัญชาการกองทัพพันธมิตรรามก็ไม่ถูกแสงพระอาทิตย์ส่อง  ดังนั้นจะเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากฝ่ายมนุษย์(ตัวแทนเทวดา ซึ่งก็คือเทวดานั่นแหละ) อยากโชว์พาว แต่เทวดาตงฉินอย่างพระอาทิตย์ไม่เล่นด้วย แต่ก็แล้นรถเข้ากลีบเมฆเพื่อช่วยรักษาหน้าพวกเดียวกัน ซึ่งก็ไม่ได้ผิดต่อหน้าที่แต่อย่างใด ดังนี้แลฯ

……………..

[ท่านที่แชร์ ถ้าแชร์แล้วรูปกับเรื่องไม่ไป กรุณาลบแล้วแชร์ใหม่]

3 Comments to พระอาทิตย์ เทวดาตงฉินแห่งรามเกียรติ์

  1. นิกุล พูดว่า:

    ทั้งพระอาทิตย์และหนุมานต่างศรัทธาซื่อตรงในหน้าที่
    พระอาทิตย์ยึดมั่นหน้าที่ต่อทั้งจักรวาล
    หนุมานยึดมั่นตามพระนารายณ์และพระรามเจ้านายตน

  2. […] ตัวละครใน รามเกียรติ์ ที่มีภารกิจซับซ้อนซ่อนเงื่อนเหมือนเป็นสายลับสองหน้าก็คือพิเภก ยักษ์ผู้เป็นน้องชายของทศกัณฐ์ ซึ่งมองอย่างผิวเผินแล้วเป็นผู้ทรยศต่อเผ่าพันธุ์ยักษ์ไปเข้ากับฝ่ายมนุษย์ เนื่องจากขัดแย้งกับพี่ชาย โดยเห็นว่า พี่ชายเป็นฝ่ายผิด ในสงครามที่กำลังเกิดขึ้น ตนยอมรับไม่ได้ที่จะอยู่ข้างฝ่ายผิด […]

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *