หนังสือ,วรรณกรรม,วัฒนธรรม,ศิลปะ,เทคโนโลยี และจิปาถะ

สุนทรภู่ครูกวีก็มีเผลอ: สัมผัสกลอนในนิราศภูเขาทอง

นักเลงกลอนเป็นจำนวนมากนิยมกันว่ามาตรฐานของความไพเราะงดงามของกลอนคือกลอนของสุนทรภู่ ผู้ได้รับยกย่องเป็นครูกวี ยังเป็นบุคคลสำคัญของโลกที่ได้รับการยกย่องโดยยูเนสโก มีวันระลึกถึงท่านคือวันสุนทรภู่ ตรงกับวันที่ ๒๖ มิถุนายนของทุกปี เกียรติที่ได้รับนี้ ถือว่าสมเกียรติของท่าน
ผลงานเกือบทั้งหมดของสุนทรภู่เป็นกลอน ยกเว้นนิราศสุพรรณที่เขียนเป็นโคลงสี่สุภาพ และพระไชยสุริยาเขียนเป็นกาพย์ ผลงานกลอนมีทั้งนิทานคำกลอน เพลงยาว นิราศ โดยเฉพาะนิราศนั้นผู้คนยกย่องกันว่าโดดเด่นเป็นหนึ่ง ยิ่งนิราศภูเขาทองนั้นคนเขาว่าเป็นนิราศชิ้นเอกของท่านสุนทรภู่

………
เจดีย์วัดภูเขาทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือ กรุงเก่า ซึ่งสุนทรภู่เดินทางไปนมัสการ และเขียนนิราศภูเขาทอง ซึ่งกลายเป็นวรรณคดีกลอนนิราศเรื่องเอกของท่าน

ถึงแม้จะได้รับยกย่องว่ากลอนของท่านดีเลิศเป็นแม่แบบ เพียบพร้อมด้วยสัมผัสใน สัมผัสนอกแพรวพราว ทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษร ท่วงทำนองก็ล้ำเลิศ ติดปาก ติดใจ ผู้อ่าน สุภาษิต คำคม มากมายมีเค้ามาจากบทกลอนของท่านสุนทรภู่ ทั้งจากเรื่องอื่นๆและจากนิราศภูเขาทอง สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน แต่เชื่อไหมว่า สุนทรภู่ท่านก็หลุดเรื่องสัมผัสเช่นกัน คือมีสัมผัสซ้ำ ซึ่งสัมผัสซ้ำนี้ตำราแต่งกลอนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถือนักถือหนาว่าห้ามมี ถ้ามีก็จะทำให้เสียความงามไปโดยในนิราศภูเขาทองที่ถือว่าเป็นงานชิ้นเอกนี้มีสัมผัสซ้ำหลายแห่ง ซึ่งจะยกมาให้ดูกัน แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า การทำเช่นนี้ไม่ได้คิดจับผิดครู มือระดับนี้ไม่น่าจะผิดได้ ขอเรียกว่าท่าน “เผลอ” ก็แล้วกัน
อันดับแรกที่ท่านเผลอก็คือสัมผัสซ้ำ ซึ่งนักกลอนแนวขนบที่เขียนตำรากลอนทั้งหลายต่างถือกันเคร่งครัด สัมผัสซ้ำมีทั้งแบบซ้ำในบทกับซ้ำระหว่างบท กรณีนิราศภูเขาทองเป็นซ้ำระหว่างบท คือ

ดูน้ำวิ่งกลิ้งเชี่ยวเป็นเกลียวกลอก
กลับกระฉอกฉาดฉันฉวัดเฉวียน
บ้างพลุ่งพลุ่งวุ้งวงเหมือนกงเกวียน
ดูเปลี่ยนเปลี่ยนคว้างคว้างเป็นหว่างวน
ทั้งหัวท้ายกรายแจวกระชากจ้วง
ครรไลล่วงเลยทางมากลางหน
โอ้เรือพ้นวนมาในสาชล
ใจยังวนหวังสวาทไม่คลาดคลา

คำสัมผัสซ้ำคือ วน ในท้ายวรรคส่งของบทแรกกับคำที่สามของวรรคส่งบทต่อมา ผู้ที่ไม่ถือเคร่งครัดก็อนุโลม ผู้ที่ถือเคร่งครัดก็ว่านี่เป็นสัมผัสซ้ำ แม้จะต่างบทแต่เป็นบทติดกัน รับส่งกัน ย่อมไม่งาม แต่ท่านครูสุนทรภู่จะคิดเช่นไร ผมก็ไม่รู้ แต่สัมผัสซ้ำในลักษณะนี้มีอีกหลายแห่งในนิราศภูเขาทอง นอกจากสัมผัสซ้ำระหว่างบทแล้ว ยังมีสัมผัสซ้ำในบทด้วย คือ

บันไดมีสี่ด้านสำราญรื่น
ต่างชมชื่นชวนกันขึ้นชั้นสาม
ประทักษิณจินตนาพยายาม
ได้เสร็จสามรอบคำนับอภิวันท์

คำสัมผัสซ้ำในบทนี้คือ สาม ในท้ายวรรครับซ้ำกับ สาม ในวรรคส่ง การสัมผัสซ้ำในบทเช่นนี้ นักเลงกลอนรุ่นหลังดูเหมือนว่าจะถือเป็นอย่างยิ่ง แต่เท่าที่อ่านจากนิราศภูเขาทอง ท่านครูสุนทรภู่ก็เขียนซ้ำ สมัยนั้นท่านอาจไม่ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายก็เป็นได้

นอกจากสัมผัสซ้ำแล้ว ยังมีกรณีที่เข้าข่าย “ชิงสัมผัส” อยู่หลายแห่ง นั่นคือ มีคำที่มีเสียงเดียวกับคำที่รับสัมผัสอยู่ก่อนตำแหน่งที่บังคับสัมผัส เช่น

กับหนูพัดมัสการสำเร็จแล้ว
ใส่ขวดแก้ววางไว้ใกล้เกศา
มานอนกรุงรุ่งขึ้นจะบูชา
ไม่ปะตาตันอกยิ่งตกใจ
แสนเสียดายหมายจะชมบรมธาตุ
ใจจะขาดคิดมาน้ำตาไหล
โอ้บุญน้อยลอยลับครรไลไกล
เสียน้ำใจเจียนจะดิ้นสิ้นชีวัน

สองบทที่ยกมาข้างบนนี้ น่าจะจัดได้ว่ามีชิงสัมผัสอยู่สองตำแหน่ง คือ คำแรก ใจ ในวรรครับของบทที่สองมาก่อนคำ ไหล อันเป็นตำแหน่งรับสัมผัส อีกคำคือ ไล ในวรรคส่งของบทที่สองซึ่งมาก่อน ไกล ที่เป็นตำแหน่งรับสัมผัส นอกจากนั้นสองบทนี้ยังมีสัมผัสซ้ำระหว่างบทด้วย นั่นคือ คำว่าใจ ในท้ายวรรคส่งของบทแรก สัมผัสซ้ำกับ ใจ ในวรรคส่งของบทที่สอง

นอกจากสัมผัสซ้ำแล้วในนิราศภูเขาทองยังมีสัมผัสผิดเสียงสระ ไม่รู้ตำราแต่งกลอนเรียกว่าอะไร นั่นคือ เอาสระเสียงสั
นมาสัมผัสกับสระเสียงยาว ซึ่งตามตำราเขาว่าห้ามใช้ เช่น สระอะ สัมผัส กับ อา สระอิ สัมผัสกับ อี สะเอ สัมผัสกับ เอะ เป็นต้น ในกรณีนิราศภูเขาทอง เป็นการใช้สัมผัส เอ-เอะ คือ

บ้างฉลองผ้าป่าเสภาขับ
ระนาดรับรัวคล้ายกับนายเส็ง
มีโคมรายแลอร่ามเหมือนสำเพ็ง
เมื่อคราวเคร่งก็มิใคร่จะได้ดู

บทที่ยกมาข้างบนนั้นเห็นได้ว่า เส็ง,เพ็ง เป็นสระเสียงสั้น คือ สระเอะ สะกดด้วย ง ส่วน เคร่ง เป็นสระเสียงยาว คือสระเอ สะกดด้วย ง ดังนั้น เส็ง-เพ็ง สัมผัสกับ เคร่ง จึงผิดตำราการแต่งกลอนอย่างเห็นได้ชัด

…….
สุนทรภู่ กวีเอกของโลก ครูกวีของไทย ผู้มีผลงานอมตะมากมาย รวมถึง นิราศภูเขาทอง ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดกลอนนิราศของไทย


ผมอ่านนิราศภูเขาทองนี้หลายรอบ ตรวจสอบหลายแหล่งก็พบเห็นว่าถ้อยคำตรงกัน แน่นอนว่า เนื้อความที่ท่านครูสุนทรภู่ได้เขียนไว้นั้น เต็มไปด้วยข้อคิด เตือนใจ อันเป็นประโยชน์ยิ่ง กระบวนกลอนก็มีความไพเราะสวยงามตามมาตรฐานของท่าน ที่ยกย่องกันว่าเป็นนิราศชิ้นเอกนั้นผมก็ไม่คัดค้านแต่อย่างใด เพียงแต่อ่านแล้วเห็นข้อที่นักกลอนรุ่นหลังเขาว่าเป็นเรื่องที่ทำให้กลอนไม่งามผมยกมาให้พิจารณาดูเท่านั้น อีกทั้งยังตั้งคำถามว่า สัมผัสซ้ำ ชิงสัมผัส สระเสียงสั้นสัมผัสกับสระเสียงยาวนั้นไม่ไพเราะจริงหรือ ในเมื่อครูกวีท่านยังเผลอใช้ให้เราอ่านแล้วเรายกย่องกันว่าเป็นเลิศเช่นนี้

ส่วนตัวผมเองนั้น เมื่อเขียนบทประพันธ์ที่เป็นฉันทลักษณ์ ก็ยึดถือตามตำราเคร่งครัดในเรื่องสัมผัส คือไม่ให้ซ้ำ ไม่ให้ชิง ไม่ให้ต่างเสียงสั้น-ยาว แต่เมื่อมีคนเขียนเช่นนี้ผมอ่านแล้วหากท่วงทำนองไพเราะ ถ้อยคำสวย ความหมายดี ผมก็ชอบ ถือว่าเป็นกวีนิพนธ์เช่นกัน แต่ถ้าหากมีมาก แทบทุกบท หรือเจ็ดสิบแปดสิบส่วนขึ้นไป ก็ไม่ไหวเหมือนกัน เพราะแสดงให้เห็นว่าคนเขียนออกจะอับจนถ้อยคำหรือด้อยฝีมือไป

ส่วนในเรื่องนิราศภูเขาทอง ของท่านครูกลอนสุนทรภู่ แม้จะมีสัมผัสซ้ำสัมผัสชิงอยู่บ้างอย่างที่ยกมาข้างต้นแต่มีพียงเล็กน้อย ซึ่งผมคิดว่าท่านคงเผลอไปหรือไม่ก็จงใจ ไม่ใช่จนคำ เพราะแม้จะมีอยู่แต่โดยรวมแล้วก็เป็นงานชั้นเลิศดังนักวรรณคดียกย่อง อีกทั้งนิราศภูเขาทองก็ส่งอิทธิพลถึงสังคมไทยอย่างถึงแก่น ผ่านข้อคิดคำคมที่คนทั้งหลายท่องกันอยู่อย่างกว้างขวาง เช่น ทั้งโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็นไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา/ ขอเป็นข้าเคียงพระบาททุกชาติไป/ เมื่อเคราะห์ร้ายกายเราก็เท่านี้ไม่มีที่พสุธาจะอาศัย/ ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไปแต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน เป็นต้น

ท่านยังเป็นสุนทรภู่ครูกวีอย่างเป็นอมตะเช่นเดิม

One Comment to สุนทรภู่ครูกวีก็มีเผลอ: สัมผัสกลอนในนิราศภูเขาทอง

  1. […] ท่านสุนทรภู่ครูกวี มีงานเขียนที่ไม่ใช่กลอนอยู่สองเรื่อง คือ นิราศสุพรรณ เขียนเป็นโคลงสี่สุภาพ กับ พระไชยสุริยา เขียนเป็นกาพย์ โดยมีกาพย์หลายชนิดรวมกัน เรียกว่า รวมมิตรกาพย์ก็ได้ ในเรื่องพระไชยสุริยา มีอยู่ตอนหนึ่งท่านบรรยายเขียนถึงต่อแตนออกมาตอมดอกไม้ตอนกลางคืนจึงสงสัยว่า ต่อแตนที่ตอมดอกไม้ตอนกลางคืนมีจริงหรือไม่ หรือว่าท่านมโนไปเองตามประสากวีที่จินตนาการล้ำเลิศ โดยท่านเขียนไว้ว่า […]

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *