หนังสือ,วรรณกรรม,วัฒนธรรม,ศิลปะ,เทคโนโลยี และจิปาถะ

โคลงดีมีฮา : ศรีปราชญ์เป็นศรีธนญชัย

ตำราแต่งโคลงกลอนชื่อ “โคลงที่ดีเยี่ยม” เป็นการรบรวมตัวอย่างโคลงดีถึงขั้นเยี่ยม พิมพ์แจกในงานกฐินพระราชทาน มหาอำมาตย์โท พระยาเมธาธิบดี อธิบดีกรมวิชชาธิการ กระทรวงธรรมการ ณ วัด กาญจนสิงหาสน์ จังหวัดธนบุรี พ.ศ.๒๔๗๓ โดยพิมพ์ที่โรงพิมพ์กรมวิชชาธิการ บางลำพูบน พระนคร ซึ่งมีคำแนะนำ “ลักษณะโคลง ๔ สุภาพที่ดีเยี่ยม” ว่าประกอบไปด้วย ๔ ประการ คือ

๑ ต้องถูกบัญญัติลักษณะโคลง ใช้วรรคหน้า ๕ คำ และวรรคหลัง ๒ คำหรือกับคำสร้อยอีก

๒ คำ บางแห่งก็มีบังคับให้มีไม้เอกไม้โท และมีคำสัมผัสกัน ดังแผนต่อไปนี้ (มีแผนผังโคลงสี่สุภาพไว้ให้ดู)

๒ โคลงบทหนึ่งต้องบรรจุเนื้อความให้มากที่สุดที่จะวางลงได้

๓ ต้องใช้คำให้ไพเราะ ใช้เล่นอักษรให้มาก หรือจะใช้สัมผัสเสียงสระเดียวให้มากก็ได้

๔ ต้องวางสำนวนโวหารให้ลึกซึ้ง มีนัยความอุปมาอุปมัย มีนัยความท้าวถึงเรื่องต่างๆ และมีนัยความเป็นคติ และกะทบกะเทียบในเชิงประพันธ์

ทั้งสี่ข้อคือลักษณะโคลงที่ดีตามทัศนะของผู้คัดเลือกโคลงเล่มนี้ ซึ่งเป็นท่านใดก็มิอาจทราบได้ เพราะไม่มีระบุนามในหนังสือ อาจเป็น พระยาเมธาธิบดี อธิบดีกรมวิชชาธิการเจ้าภาพกฐินพระราชทานกองนี้ก็ได้ เพราะจัดพิมพ์แจกในงานกฐินพระราชทานของท่าน

ตัวอย่าง “โคลงที่ดีเยี่ยม” ในเล่มนี้ บทแรกเป็นโคลงพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ ๕ ซึ่งมีอ้างถึงบ่อยๆ ในตำราวรรณกรรมปัจจุบัน คือ

ความรู้คู่เปรียบด้วย     กำลัง.. กายเฮย
สุจริตคือเกราะบัง       สาตร์พร้อง
ปัญญาประดุจดัง        อาวุธ
กุมสติต่างโล่ป้อง       อาจแกล้วกลางสนามฯ

ฝูงชนกำเนิดคล้าย          คลึงกัน
ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ    แผกบ้าง
ความรู้อาจเรียนทัน         กันหมด
ยกแต่ชั่วดีกระด้าง          ห่อนแก้ฤๅไหว

โคลงพระราชนิพนธ์ ๒ บทนี้เชื่อว่าคนจำนวนมากจดจำบาทใดบาทหนึ่งของโคลงทั้ง ๒ บทนี้ได้ แม้ไม่รู้ว่าเนื้อหาทั้งหมดเป็นอย่างไร หรืออาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เป็นโคลงพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ ๕ เพราะมีการตัดตอนนำไปอ้างอิงเฉพาะบางบาท เช่น “ปัญญาประดุจดัง อาวุธ” เป็นต้น

ตัวอย่างโคลงที่ดีเยี่ยมอื่นๆ มีโคลงพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๖ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีบทหนึ่ง คือ

มโนมอบพระผู้                  เสวยสวรรค์
แขนมอบพระทรงธรรม์       เทอดหล้า
ดวงใจมอบเมียขวัญ           แลแม่
เกียรติศักดิ์ของข้า             มอบไว้แก่ตัว

นอกจานี้ยังมีโคลงของผู้มีชื่อเสียงและโคลงที่เขียนโดยใช้ชื่อคนสามัญก็มี

เป็นคนคิดเช่นเชื้อ            เกลือเค็ม
ควรประคองคุณเต็ม          ค่าไว้
อย่าให้กลับกลายเล็ม        ลามจืด เสียนา
แม้รักษาบ่ได้                   ชั่วร้ายเร็วถึง
(พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย))

ครืนครืนกลใช่ฟ้า           เรียมครวญ
ฝนใช่กลฝนชวน            พี่ไห้
ลมก็ใช่ลมหวน              ใจพี่ … หวนนา
ไฟใช่กลไฟไหม้            สวาทไหม้ใจเรียม
(จากหนังสือโคลงกวีโบราณ)

รูป.. โฉมสุภลักษณ์ล้ำ     เลอสนม… นางเอย
งาม.. จริพิทยสม             ศักดิ์ไซร้
นาม.. นางนพมาศนิยม     ยุคพระ.. ร่วงเอย
เพราะ.. ศัพท์ขับเปรอไท้  ร่วงท้าวทรงศรี
(ทิดมุ่ย ปากน้ำ (จากหนังสือวิทยาจารย์)
.
หู.. ละเวงสดับปี่แจ้ว           จับใจ
ยาน.. หย่อนอาชาไนย        ลดเลี้ยว
ปาก…. ชมพระอภัย              ฉลาดเป่า .. เจียวพ่อ
พล่อย…. เพราะเสนาะเชิงเกี้ยว  เช่นชู้ชวนชม
(นายผล (จากหนังสือประตูใหม่))
.
อา.. บูลืมเนตรขึ้น        เอ๊ะจิตต์
อี.. หลักอีเหลื่อคิด       วุ่นว้า
อู.. แม่นี่ไฉนสถิต         ปราสาท.. อร่ามเฮย
เอ.. ยศบริวารอ้า          แน่แท้ฤๅฝัน
(นายเปลี่ยน หอพระสมุด (จากโคลงกระทู้วชิรญาณ)

ในจำนวนตัวอย่างโคลงทั้งหมด มีโคลงบทหนึ่งซึ่งตามตำราวรรณคดีบอกว่าเป็นของศรีปราชญ์ แต่ในหนังสือเล่มนี้ลงชื่อผู้แต่งเป็น “ศรีธนญชัย” คือ

เรียมไห้ชลเนตรถ้วม         ถึงพรหม
พาหมู่สัตว์จ่อมจม             ชีพม้วย
พระสุเมรุเปื่อยเป็นตม        ทบท่าว .. ลงแฮ
อกนิฐมหาพรหมฉ้วย         พี่ไว้จึ่งคืน
(ศรีธนญชัย)

โคลงที่ตำราวรรณคดีว่าเป็นของศรีปราชญ์บทนี้ เป็นอีกบทหนึ่งที่ได้รับความนิยมนำมาอ้างอิงอยู่เสมอ มีคุณสมบัติครบถ้วนตามลักษณะโคลงที่ดีที่บัญญัติไว้ในหนังสือนี้ ทั้งคำ ความ อารมณ์ ลงตัวยิ่ง (ถ้วม=ท่วม, ฉ้วย=ช่วย เป็นคำโทโทษ หมายเหตุไว้สำหรับผู้ที่อาจสงสัย) แต่เพราะอะไรไม่ทราบจึงใส่ชื่อผู้เขียนว่าเป็น “ศรีธนญชัย” กลายเป็นว่า ศรีปราชญ์ปลอมตัวเป็นศรีธนญชัย เมื่ออ่านเจอก็อดขำไม่ได้ เรียกว่ามีฮา ยังไม่นับโคลงบางบท เช่น โคลงกระทู้ หู ยาน ปาก พล่อย ของนายผล จากหนังสือประตูใหม่ ที่เหน็บกันพอเจ็บๆ คันๆ ให้ได้ยิ้ม

นอกจากได้อ่าน “โคลงที่ดีเยี่ยม” แล้ว ยังได้ความรู้เพิ่มเติมขึ้นอีกว่า สมัยนั้นมีหนังสือซึ่งเป็นเวทีให้นักเลงกาพยืกลอนโคลงฉันท์เผยแพร่ผลงานหลายเล่ม นอกจากหนังสือวิทยาจารย์ และวชิรญาณวิเศษ (หนังสือรวมโคลงวิชรญาณ เป็นหนังสือ รวมโคลงที่ตีพิมพ์ในหนังสือ วชิรญาณวิเศษ) ยังมีหนังสือ ประตูใหม่ อีกฉบับหนึ่ง ผู้สนใจประวัติหนังสือประวัติสิ่งพิมพ์สามารถค้นคว้าศึกษาหาข้อมูลต่อไปได้

ความรู้อีกอย่างหนึ่งก็คือ สมัยนั้นมีการเขียนโคลงกลอนกันแพร่หลายแล้ว เพราะสามัญชน (อย่างน้อยก็ทิดมุ่ย ปากน้ำ) ก็เขียนโคลงส่งไปตีพิมพ์ในหนังสือวิทยาจารย์ได้ แม้อาจเป็นนามปากกาของผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ แต่ก็นับได้ว่านามของสามัญชนได้รับการยอมรับในแวดวงผู้มีปัญญาก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว

หมายเหตุ ถ้อยคำในโคลงเขียนตามตัวสะกดเดิม ซึ่งมีบางคำสะกดต่างจากปัจจุบัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *