หนังสือ,วรรณกรรม,วัฒนธรรม,ศิลปะ,เทคโนโลยี และจิปาถะ

โคลงนิราสกรุงเก่า : การเอาอย่าง หรือ สร้างแรงบันดาลใจ

หนังสือ “โคลงนิราสกรุงเก่า” ของ หลวงจักรปราณี (ฤกษ์) ฉบับพิมพ์แจกในงานกฐินพระราชทาน ของเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ณ วัดเสนาสนาราม กรมบัญชีกลาง ณ วัดหน้าพระเมรุ กรมศิลปากร ณ วัดพนัญเชิง และกรมไปรษณีย์โทรเลข ณ วัดวิเวกวายุพัด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๗๘ พิมพ์ที่โรพงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ ถนนบำรุงเมือง พระนคร คำอธิบายนี้บอกเล่าประวัติและผลงานของ หลวงจักรปราณี (ฤกษ์) มหาเปรียญ ๔ และเป็นกวีผู้มีชื่อเสียงในสมัยรัชการที่ ๔ ถึงรัชการที่ ๕ มี “คำอธิบาย” (เหมือนคำนำ) ของกรมศิลปากร อยู่ด้วย

ในคำอธิบายได้กล่าวถึง “การเอาอย่าง” กวีรุ่นก่อนของกวีรุ่นหลัง ว่า ลีลาโคลงบางบทของหลวงจักรปราณี คล้ายลีลาโคลงของนายนรินทร์อิน และโคลงของนายนรินทร์อินก็คล้ายของศรีปราชญ์ ข้อความมีดังนี้
.
“…พิจารณาโวหารกรประพันธ์ของมหาฤกษ์ที่ปรากฏในโคลงนิราสกรุงเก่า รู้สึกว่ามหาฤกษ์ไม่ถนัดแต่การแต่งกลอนแปดอย่างเดียว ยังสามารถแต่งโคลงซึ่งจัดเข้าในชั้นเยี่ยมได้อีกผู้หนึ่ง การแต่งเป็นไปในทำนองเดียวกับโคลงนิราสนรินทร์ บางบทก็คล้ายคลึงใกล้กันมาก จะถือว่าเอาอย่างมาจากนิราสนรินทร์ก็ได้ แต่การเอาอย่างกันนี้ ว่าทางคติของกวีโบราณ ไม่ถือว่าแปลก เพราะสมัยก่อนเขานิยมกันเช่นนั้น ถึงโคลงนิราสนรินทร์เองก็ได้แบบอย่างและความคิดในบางตอนไปจากโคลงกำสรวลของศรีปราชญ์อีกต่อหนึ่ง ข้อสำคัญของการแต่งอยู่ที่รู้จักร้อยกรองคำพูดให้ไพเราะเหมาะเจาะ ทำให้เกิดความรู้สึกขึ้นในใจของผู้อ่านตามที่ผู้ร้อยกรองได้มุ่งหมายไว้ ไม่ว่าความที่แต่งจะต้องเป็นเรื่องที่คิดขึ้นเองหรือไม่…” (ตัวสะกดการันต์ตามต้นฉบับ)

ข้อความที่ยกมานี้มีประเด็นที่น่าคิดอยู่หลายประเด็น แต่ที่น่าสนใจที่สุด คือประเด็น “การเอาอย่าง” คำนี้สำคัญมาก เข้าใจว่าลักษณะ “การเอาอย่าง” นี้คงตรงกับในปัจจุบันว่า “ได้รับแรงบันดาลใจ” หรือ “ได้รับอิทธิพล” นั่นคือ เมื่ออ่านงานที่มีอยู่ก่อนแล้วชอบ ประทับใจ อยากเขียนได้แบบนั้นบ้าง จึงอาศัยแบบอย่างความคิด ท่วงทำนอง ลีลา มาสร้างงานของตนขึ้นมา อ่านแล้วก็รู้ว่าได้รับอิทธิพล หรือแรงบันดาลใจ มาจากงานของใคร

……….
นิราศกรุงเก่า ของหลวงจักรปาณี (ฤกษ์)แจกในงานพระกฐินพระราชทาน ของกรมเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี ณ วัด เสนาสนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2478
……….


“การเอาอย่าง” หรือ “ได้แรงบันดาลใจ” หรือ “ ได้รับอิทธิพล” แม้จะยึดถือผู้มาก่อนเป็นต้นแบบ แต่ไม่ใช่การลอกแบบ เพราะการลอกแบบคือการพยายามที่จะเป็นให้เหมือนต้นแบบ ส่วนการเอาอย่างคือการนำส่วนที่ดีที่ชอบมาใช้ในงานของตนโดยคงความเป็นตัวตนของตนไว้ ตัวอย่างของการเอาอย่างในยุคใกล้ๆ ก็คือ การเอาอย่างลีลากลอนของสุนทรภู่ และกวีอีกสองคนที่มีผู้ยกย่องว่าเป็นต้นแบบคือ พนม นันทพฤกษ์ กับ แรคำ ประโดยคำ ซึ่งต่อมาผู้ที่เอาอย่างทั้งหลายก็พัฒนาตนเองก้าวข้ามต้นแบบไปสู่ความเป็นตัวของตัวเองได้ ในกรณีผู้ที่ไม่สามารถก้าวข้ามต้นแบบไปได้ ก็ยากที่จะยืนหยัดอยู่ในฐานะผู้สร้างงาน เพราะผู้ที่เป็นต้นแบบนั้นมีได้คนเดียว เช่น สุนทรภู่ก็มีได้คนเดียว พนม นันทพฤกษ์ ย่อมมีได้คนเดียว แรคำ ประโดยคำ ก็มีได้คนเดียวเช่นกัน

การคลี่คลายขยายตัวพัฒนาจากการเอาอย่างต้นแบบไปสู่ความเป็นตัวของตัวเองนั้น ถึงมีร่องรอยของต้นแบบให้เห็น ก็เป็นเพียงแค่ส่วนน้อยที่ผสมกับส่วนของตนให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น นั่นคือ แม้มาจากต้นตระกูลสุนทรภู่ หรือ พนม นันทพฤกษ์ หรือ แรคำ ประโดยคำ แต่ก็ มีท่วงทำนอง จังหวะ ลีลา และหลักคิด เป็นของตัวเอง ดังข้อความที่ยกมาว่า แม้นายนรินทร์จะเอาอย่างศรีปราชญ์ และหลวงจักรปราณี จะเอาอย่างนายนรินทร์อีกต่อหนึ่ง แต่ก็ปรากฏร่องรอยคล้ายคลึงกันมากใน “บางบท” เท่านั้น มิใช่ทั้งหมด ซึ่งในบทที่คล้ายคลึงกันนั้น อาจเป็นเพราะผู้แต่งจงใจทำเพื่อแสดงการ “บูชาครู” ซึ่งมักปรากฏในบทเปิดเรื่องชมเมือง ศรีปราชญ์ชมเมืองอยุธยา นายนรินทร์ชมกรุงเทพฯ หลวงจักรปราณีชมกรุงเก่า ก็มีแก่นคิด ลีลา ถ้อยคำ ท่วงทำนองคล้ายกัน

งานเขียนทั้งหลายในโลกนี้ ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองก็มีอยู่ไม่กี่ประเภท (genre) แก่นเรื่อง (theme) ก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง ส่วนโครงเรื่อง (plot) ก็มีอยู่ไม่กี่แบบ กลวิธี (technic) การเขียนก็มีไม่กี่วิธี หากเขียนด้วยภาษาอังกฤษก็ใช้อักษรเพียง ๒๖ ตัว หากเขียนภาษาไทยก็ใช้ตัวอักษร ๔๔ ตัว สระ ๒๘ ตัว วรรณยุกต์ ๔ รูป ๕ เสียง ด้วยคำที่มีใช้กันอยู่แล้วทั้งนั้น ต่างกันแต่ว่าใครจะสามารถ “รู้จักร้อยกรองคำพูดให้ไพเราะเหมาะเจาะ ทำให้เกิดความรู้สึกขึ้นในใจของผู้อ่านตามที่ผู้ร้อยกรองได้มุ่งหมายไว้…” ได้ดีกว่ากันเท่านั้นเอง

“การเอาอย่างกันนี้ทางคติของกวีโบราณไม่ถือว่าแปลก” ดังนั้น เราในยุคปัจจุบันจะเอาอย่างผู้ที่เป็นแบบอย่างของเราก็ไม่แปลกเช่นกัน ขอเพียงแต่เอาอย่างแบบฉลาดๆ เหมือนคนรุ่นโบราณเอาอย่างกัน นั่นคือ เอาอย่างให้เป็น อย่าเป็นการลอกแบบก็แล้วกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *