หนังสือ,วรรณกรรม,วัฒนธรรม,ศิลปะ,เทคโนโลยี และจิปาถะ

โลกของหนูแหวน : มนุษย์ยังเยาวัย

ในบรรดาหนังสือที่มีตัวละครเด็กดำเนินเรื่องแต่เนื้อหาไม่ใช่เรื่องเด็กๆ นั้น ย่อมมี “โลกของหนูแหวน” อยู่ด้วยอย่างแน่นอน เฉกเช่นเดียวกับ “เจ้าชายน้อย” ของ อองตวน เดอ แซงแตก-ซูเปรี ที่นำเราไปค้นหาซึ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในเบื้องลึกของจิตใจ “โลกของหนูแหวน” ที่นำโดย “หนูแหวนแขนอ่อน” ก็เป็นเช่นนั้น

โลกของหนูแหวน เป็นหนังสือที่อ่านแล้วไม่เบื่อ อ่านเมื่อใดก็ได้เมื่อนั้น แม้วันเวลาที่อ่านครั้งแรกจะผ่านมานานนักหนา แต่พอหยิบขึ้นมาอ่านในวันนี้ ก็ทำให้ยิ้มได้ ยิ้มให้ความช่างสงสัยใคร่รู้ของหนูแหวน ที่สงสัยไปเสียทั้งหมด ยิ้มให้ความใสสะอาดของจิตใจเด็ก ที่ยังไม่มีจริต

มาปรุงแต่ง และยิ้มให้วันเวลาที่ผ่านเลยมาแล้ว แต่ยังถูกตรึงแน่นไว้ในเรื่องราวของหนูแหวนที่ปรากฏในหนังสือ เมื่อเราเอาใจเข้าไปอยู่ในนั้น ติดตามหนูแหวนไปตามท้องทุ่ง ฟังหนูแหวนพูดคุยกับสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย ดูหนูแหวนเล่นกับเพื่อนๆ ได้กลิ่นดินกลิ่นหญ้าเช่นเดียวกับหนูแหวน ทำให้รู้สึกเหลือเกินว่า วันเวลาไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหนเลย เมื่อวางหนังสือลงนั่นแหละ กาลเวลาของเราจึงเคลื่อนที่มาสู่ปัจจุบัน ส่วนหนูแหวนกับวันเวลาของเธอกลับเข้าไปอยู่ในหนังสือ

นั่นคือสิ่งที่ปรากฏอยู่บนผิวหน้าของตัวอักษร

หนังสือ โลกของหนูแหวน เล่ม 1 ฉบับที่ผมมีอยู่นั้น ตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ 2525 ราคา 25 บาท โดยสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิชย์ จัดอยู่ในหนังสืออ่านสำหรับเยาวชน ชุดก่อนนิทรา 2 เป็นการตีพิมพ์ครั้งที่เท่าไรไม่ได้บอกไว้ แต่ถ้าอนุมานเอาจากคำนำของผู้เขียนในหนังสือเรื่องโลหกของหนูแหวน เล่ม 2 ซึ่งตีพิมพ์โดยสนักพิมพ์ดอกหญ้าในปี พ.ศ.2527 ที่บอกว่า โลกของหนูแหวนเกิดขึ้นเมื่อ ประมาณ 15 ปีมาแล้ว นับย้อนจากปี พ.ศ.2527 ไป 15 ปี ก็เริ่มประมาณปี พ.ศ.2512

ผู้เขียนหนังสือโลกของหนูแหวนคือ ศราวก ซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วไปแล้วว่าเป็นนามปากกาของ อนุช อาภาภิรมย์ นักเขียนนักกิจกรรมรุ่นคนเดือนตุลา ที่เข้าป่าร่วมกับเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาม พ.ศ.2519 หลายคนเรียกอนุช อาภาภิรมย์ว่าอาจารย์ รวมทั้งผมด้วย ซึ่งต่อไปจะขอเรียกว่าอาจารย์อนุช

……….
หนังสือโลกของหนูแหวน ฉบับพิมพ์ครั้งแรก (ซ้าย) กับ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2
……….


ผมเคยได้ทำงานกับอาจารย์อนุชช่วงหนึ่งสั้นๆ ประมาณ ปี 2537 หรือ 2538 ก็จำไม่แน่ชัด โดยที่อาจารย์อนุชทำงานร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผลิตหนังสือนิตยสารวิทยาศาสตร์ในชื่อ วิทยาศาสตร์อนาคต ผมทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการอยู่ช่วงหนึ่งก็ออกมา แม้เป็นเพียงช่วงสั้นๆที่ได้ทำงานกับอาจารย์อนุช ผมก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง ได้ใกล้ชิดกับนักเขียนที่ตนเองชื่นชอบและยอมรับว่ายิ่งใหญ่คนหนึ่ง ทั้งๆที่ไม่เคยนึกฝันว่าจะได้พบเจอใกล้ชิดขนาดนี้…

ผมได้คุยกับอาจารย์เกี่ยวกับหนังสือโลกของหนูแหวน ผมแสดงความเห็นกับอาจารย์ว่า หนูแหวนนั้นเป็นเด็กช่างสงสัย บางครั้งดูเหมือนมีความคิดความอ่านเกินเด็ก อาจารย์ตอบทำนองว่า เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มีความสงสัย ทำให้เกิดการแสวงหาความรู้มาแก้ข้อสงสัย นำไปสู่พัฒนาการด้านต่างๆ ผมก็เลยคิดเอาว่าหนูแหวนก็เป็นภาพสะท้อนของมนุษย์เรานี่เอง ที่ขี้สงสัย ใคร่รู้ และแสวงหาคำตอบไม่รู้จักเหนื่อย โตแล้วก็ยังไม่หยุดสงสัยในเรื่องราวรอบตัว

หนังสือโลกของหนูแหวนนั้น ถ้าอ่านเอาสนุกก็ได้ความสนุก แต่ถ้าอ่านแบบต้องการจะขบคิดค้นหาสารที่ผู้เขียนซ่อนเอาไว้ ก็ต้องบอกว่ามีสารทุกระดับซ่อนอยู่มากมาย หนูแหวนไม่เพียงแต่เป็นตัวแทนของเด็กทั่วไปเท่านั้น หากแต่เป็นตัวแทนของมนุษย์ทั้งหลายด้วย

……….
อนุช อาภาภิรม หรือ ศราวก ผู้เขียนหนังสือ โลกของหนูแหวน
……….


อ่านไปอ่านมาบางทีผมก็นึกๆเอาว่า เห็นทีอาจารย์อนุชจะบอกเราเป็นนัยๆว่า มนุษย์ชาติทั้งหลายก็เหมือนเด็กๆนั่นแหละ คือยังไม่เติบโตเป็นผู้ใหญ่เลย จึงอะไรหลายอย่างเหมือนเด็ก โดยเฉพาะทำอะไรๆที่ทำให้ตัวเองเดืดร้อนอยู่เรื่อย

นี่คือสิ่งที่อยู่ลึกลงไปเบื้องหลังตัวอักษร

สรุปว่าหนังสือเรื่องของหนูแหวนทั้งสองภาค เป็นหนังสือสร้างสรรค์ประเทืองปัญญาทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หนังสือเล่มนี้ ควรที่จะเป็น “หนังสือของชาติ” เพราะเป็นหนังสือประเทืองปัญญาโดยแท้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *