หนังสือ,วรรณกรรม,วัฒนธรรม,ศิลปะ,เทคโนโลยี และจิปาถะ

“แสงออน” และ “นาคกัญญา” : อิทธิพลของผู้หญิงต่อการบ้านและการเมืองในสังคมผู้ชายเป็นใหญ่

นิยายขนาดสั้นเรื่อง “แสงออน” และ “นาคกัญญา” ของ มาลา คำจันทร์ แม้นำเสนอเรื่องรักข้ามภพชาติที่เกี่ยวพันกันระหว่างภพมนุษย์กับภพนาคในทำนองชิงรักหักสวาทซึ่งอาจมองว่าเป็นเรื่องรักดาดๆ ทั่วไปได้ แต่สาระและความคิดที่ผู้เขียนใส่เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเชื่อการเวียนว่ายตายเกิดรัก โลภ โกรธ หลง การแสวงหาหนทางพ้นทุกข์ตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า การแย่งชิงอำนาจทางการเมืองของพวกนาคโดยมีผู้หญิง (นาคหญิง) คือ นาคกัญญา เป็นแก่นกลางของเรื่อง ทำให้นิยายขนาดสั้นสองเรื่องอันเป็นภาคต่อกันนี้ มีความพิเศษขึ้นมา โดยเฉพาะเรื่องบทบาทของผู้หญิงในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ผู้เขียนนำเสนอได้น่าสนใจยิ่ง

ก่อนจะพูดถึงเนื้อหาของนิยาย ขอทำความเข้าใจกับลักษณะของสังคมผู้ชายเป็นใหญ่ก่อนเพื่อประกอบการพิจารณาประเด็นที่จะกล่าวถึง

สังคมผู้ชายเป็นใหญ่ หรือ ปิตาธิปไตย (Patriarchy) คือสังคมที่ “ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง” ซึ่งน่าจะเป็นคำจำกัดความที่ชัดเจนที่สุดในภาษาไทย หมายความว่า ผู้ชายเป็นฝ่ายนำ ผู้หญิงเป็นฝ่ายตาม ผู้ชายเป็นผู้มีอำนาจเหนือผู้หญิงทุกอย่าง ผู้หญิงอยู่ใต้อำนาจของผู้ชายทุกประการ

ในทางวิชาการนั้นมีทฤษฎีทางด้านสังคมวิทยา อธิบายความหมายของสังคมผู้ชายเป็นใหญ่ว่า “หมายถึงระบบสังคมซึ่งมีพ่อทำหน้าที่หลักในการดูแลควบคุมสั่งการ จัดระเบียบสิ่งต่างๆ ในบางวัฒนธรรม ครัวเรือนอาจมีคนที่เป็นทาสอาศัยอยู่ด้วย แนวคิดเกี่ยวกับ การปกครองโดยผู้เป็นพ่อมักจะใช้เพื่ออธิบายบทบาทของผู้ชายที่สังคมคาดหวังที่ต้องรับผิดชอบงานหรือภารกิจต่างๆของชุมชนทั้งหมด ผู้ชายที่มีบทบาทเหล่านี้ต้องเป็นตัวแทนของชาวบ้าน…” และว่า “…คำว่า Patriarchy มาจากคำในภาษากรีกโบราณ ประกอบด้วยคำสองคำคือ patria หมายถึง ผู้เป็นพ่อ และ arche หมายถึง การปกครองหรือกฎเกณฑ์ คำนี้ใช้ในหมู่นักมานุษยวิทยา ซึ่งต้องการอธิบายสภาพหรือลักษณะสังคมที่ผู้ชายมีบทบาทและอำนาจ ผู้ชายสามารถควบคุมสังคมได้โดยอาศัยตำแหน่งทางการปกครอง คำว่า patriarchy ต่างจากคำว่า patrilineality ซึ่งหมายถึงสังคมที่มีการสืบมรดกโดยผ่านญาติพี่น้องฝ่ายพ่อ และ patrilocality ซึ่งหมายถึง การควบคุมพื้นที่ในชุมชนที่เกิดจากอำนาจของผู้เป็นพ่อ สังคมส่วนใหญ่มีการควบคุมพื้นที่ทั้งผู้เป็นพ่อและแม่ แต่ทุกสังคมจะให้อำนาจแก่ผู้ชายในการปกครอง สังคมที่มีการควบคุมพื้นที่โดยผู้ชาย สมาชิกในครอบครัวจะต้องอาศัยอยู่ในเขตแดนของผู้เป็นพ่อ เช่น เมื่อผู้ชายแต่งงาน ภรรยาของเขาจะต้องย้ายมาอยู่ในบ้านของพ่อสามี และลูกที่เกิดมาจะยึดถือธรรมเนียมนี้ต่อไป ลูกชายจะต้องอยู่พื้นที่เดิม ส่วนลูกสาวจะต้องย้ายออกไปอยู่บ้านสามี…” (คัดจาก : บทความของ ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ http://www.sac.or.th/databases/anthropology-concepts/glossary/100)

……….
แสงออน กับ นาคกัญญา นิยายขนาดสั้นว่าด้วยเรื่องบทบาทของผู้หญิงในสังคมผู้ชายเป็นใหญ่ ผลงานของ มาลา คำจันทร์ นักเขียนซีไรต์และศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์
……….

สังคมของชนเผ่าต่างๆ ของมนุษย์นับแต่โบราณกาลมาจนถึงปัจจุบัน เป็นสังคมผู้ชายเป็นใหญ่ แม้จะมีบางชนเผ่าที่เป็นสังคมผู้หญิงเป็นใหญ่หรือมาตาธิปไตย (Matriarchy) แต่ “…นักวิชาการบางคนเชื่อว่าสังคมที่ผู้หญิงมีอำนาจเป็นสังคมที่ไม่ได้รับการยอมรับ ยิ่งกว่านั้น การศึกษาของนักมานุษยวิทยาพบว่าสังคมที่ให้อำนาจผู้หญิงไม่เคยเกิดขึ้นเลย…” และมีการอธิบายสภาพสังคมที่เป็นจริงให้เห็นภาพชัดเจนว่า “…ในยุคโรมัน ผู้มีอำนาจในครอบครัวคือพ่อและสามี ซึ่งมีอำนาจทางการเมืองและภายในครัวเรือน ในวัฒนธรรมตะวันตก อำนาจผู้ชายกับอำนาจปกครองเป็นสิ่งเดียวกัน ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 สังคมยุโรปปกครองด้วยผู้ชาย และเชื่อว่าผู้เป็นพ่อจะต้องดูแลครอบครัวและประเทศชาติ ต่อมาในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีความคิดว่าผู้ชายต้องปกครองภรรยาและลูกๆ ด้วย สังคมยุโรปมองว่าครอบครัวเดี่ยวที่ประกอบด้วยพ่อแม่ลูกเป็นครอบครัวที่มีผู้ชายปกครองดูแล ความคิดนี้มาพร้อมกับการเกิดขึ้นของรัฐชาติสมัยใหม่…” (คัดจาก ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ : บทความเดียวกัน)

รัฐชาติสมัยใหม่ที่ก่อตัวขึ้นตามที่บทความที่คัดมาข้างบนกล่าวถึง จึงเป็นรัฐชาติที่ก่อเกิดขึ้นและปกครองโดยผู้ชายหรือพ่อ ผู้หญิงหรือแม่ถูกจำกัดบทบาทให้เป็นเพียงผู้ตามเช่นเดียวกับสังคมสมัยชนเผ่า ในหน่วยย่อยของสังคมทุกระดับ ผู้นำล้วนแต่เป็นผู้ชาย มีผู้หญิงจำนวนน้อยนิดมากที่นำตัวเองก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำทัดเทียมกับผู้ชาย ประวัติศาสตร์โลกย่อมเป็นหลักฐานชั้นดีที่ใช้พิสูจน์ความจริงข้อนี้ ว่าก่อนโลกก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 นั้น มีผู้นำทางการเมืองและสังคมที่เป็นผู้หญิงน้อยนิด เข้ากับแนวคิดที่ว่า สังคมที่ผู้หญิงเป็นใหญ่นั้น ไม่ได้รับการยอมรับ หรือเรียกได้ว่า แท้จริงแล้วไม่เคยเกิดขึ้นเลย

แต่ถึงแม้ผู้หญิงถูกจำกัดบทบาทอย่างเป็นทางการในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ก็ตาม แต่มิใช่ว่าผู้หญิงไม่มีอิทธิพลต่อความเป็นไปของสังคม ในทางตรงกันข้าม ผู้หญิงมีอิทธิพลทั้งในครอบครัวและต่อความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมืองทั้งโดยตรงและโดยอ้อมทั้งในโลกแห่งความเป็นจริงและในโลกวรรณกรรม อย่างเช่น ในนิยายขนาดสั้นเรื่อง “แสงออน” และ “นาคกัญญา” ของ มาลา คำจันทร์

“แสงออน” เป็นตัวละครหญิงซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่อง เหตุทั้งหลายทั้งในภพมนุษย์และภพนาคเกิดขึ้นเพราะแสงออน ดังนั้นจึงเป็นอันแน่นอนว่า เหตุการณ์ในนิยายทั้งสองเรื่องเกิดขึ้นเพราะแสงออนโดยตรง และเรื่องราวจะดำเนินไปไม่ได้หากปราศจากเธอ

แสงออนในภพมนุษย์คือหญิงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง แต่ในภพนาคทั้งก่อนเธอเกิดเป็นมนุษย์และเมื่อเกิดเป็นมนุษย์แล้วถูกนำไปยังภพนาคนั้นเธอคือ “นาคกัญญา” ผู้ซึ่งเป็นเงื่อนไขการสืบทอดอำนาจทางการเมืองในนาคพิภพ หากปราศจากเธอแล้วการสืบทอดอำนาจก็จะเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น เธอจึงกลายเป็นเครื่องมือให้กลุ่มผู้แสวงหาอำนาจในนาคพิภพใช้ในการสืบทอดอำนาจผ่านกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในลักษณะเดียวกับกฎมณเฑียรบาลของมนุษย์ กลุ่มหนึ่งจึงต้องรักษาเธอไว้เพื่อให้มีความชอบธรรมในการขึ้นสู่อำนาจ อีกกลุ่มหนึ่งหาทางกำจัดเธอเพื่อทำลายความชอบธรรมของอีกกลุ่มหนึ่ง เพื่อที่ตนจะมีความชอบธรรมในการสืบทอดอำนาจเช่นกัน

ทำไมแสงออนในภาคนาคกัญญาจึงมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง การปกครองของนาคพิภพถึงเพียงนี้ ก็เพราะ “นาคกัญญาคือนางนาคที่มีลักษณะดีงามถูกถ้วนทุกอย่าง ท้าวขุนเมืองนาคเขาจะสอดหานาคกัญญามาเป็นเมียนาคอุปราช เขาสองคนจะให้กำเนิดนาคกุมารผู้ประเสริฐ เอาไว้สืบเชื้อท้าวพญาขึ้นเป็นนาคราชา” (แสงออน : หน้า 104) จะเห็นได้ว่า นาคกัญญาซึ่งเป็นผู้หญิงหรือเป็นแม่นั้น มีความสำคัญโดยเป็นปัจจัยหรือเงื่อนไขหนึ่งเดียวที่ทำให้มีการสืบสายการครองอำนาจทางการเมือง เพราะมีแต่เธอเท่านั้นที่สามารถให้กำเนิดนาคกุมารผู้ประเสริฐ (ลูก) ได้ ซึ่งลูกนี่เองที่ทำให้พ่อหรือ “นาคอุปราช” มีความชอบธรรมในการสืบต่ออำนาจจากพ่อของตน ในนัยเดียวกัน นาคอุปราชก็คือนาคกุมารที่เกิดจากนาคกัญญาคือแม่ของตนซึ่งทำให้พ่อสามารถสืบทอดอำนาจมาจากปู่ได้ จึงเห็นได้ชัดเจนว่า เมื่อปราศจาก “นาคกัญญา” ก็ปราศจาก “นาคกุมาร” เมื่อปราศจากนาคกุมารตำแหน่ง “นาคอุปราช” ที่มีสิทธิ์ในการสืบทอดอำนาจทางการเมืองก็ไม่มีความหมาย ดั้งนั้น “นาคกัญญา” ในร่างมนุษย์นาม “แสงออน” จึงเป็นศูนย์กลางของการสืบทอดอำนาจทางการเมืองการปกครองและสังคมของนาคพิภพอย่างแท้จริง

……….
มาลา คำจันทร์ เจ้าของผลงานนิยายขนาดสั้น แสงออน และ นาคกัญญา ภาพจากเว็บไซต์ สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ขอขอบคุณ
……….

ในเรื่อง “นาคกัญญา” อันเป็นภาคต่อของ “แสงออน” นั้น เมื่อแสงออนถูกนำมาจากภพมนุษย์สู่ภพนาคในฐานะนาคกัญญา เธอจึงก้าวเข้ามาสู่ใจกลางความขัดแย้งของการช่วงชิงอำนาจทางการเมือง ฝ่ายนาคอุปราชซึ่งมีความชอบธรรมในการสืบทอดอำนาจก็พยายามรักษาเธอไว้เพื่อให้กำเนิดนาคกุมารซึ่งเป็นลูกของตน กล่าวได้ว่า นอกเหนือจากความรักที่มีต่อนาคกัญญาแล้ว นาคอุปราชก็ใช้เธอเป็นบันไดก้าวสู่การมีอำนาจ ส่วนนาคอนุชาซึ่งเป็นน้องของนาคอุปราชกับพวกก็หาทางกำจัดเธอไปเพื่อให้นาคอุปราชขาดความชอบธรรม จึงเห็นได้ว่า ผู้หญิงในเรื่อง “แสงออน” และ “นาคกัญญา” มีอิทิพล หรือเป็นเงื่อนไข หรือเป็นปัจจัยในการสืบทอดและเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมืองโดยตรง

บทบาทของผู้หญิงที่เป็นปัจจัย หรือเงื่อนไข หรือมีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง การปกครอง นี้มีปรากฏในวรรณกรรมระดับโลกมากมายหลายเรื่อง เช่น บทบาทของเตียวเสี้ยนในสามก๊กที่ช่วยบิดาบุญธรรมคืออ้องอุ้นมีอำนาจด้วยการใช้มารยาหญิงยุให้ตั๋งโต๊ะและลิโป้ฆ่ากัน หรือซุนซางเซียง (ซุนฮูหยิน) น้องสาวที่ซุนกวนยกให้แต่งงานเป็นภรรยาคนที่สามของเล่าปี่ เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวผนึกกำลังต้านโจโฉ ในมหากาพย์รามเกียรติ์ก็มีสีดาเป็นต้นเหตุให้มนุษย์กับยักษ์รบกัน ในเรื่องมหากาพย์ภารตะซึ่งเป็นสงครามระหว่างพี่น้องเการพกับปานฑปนั้นก็มีสาเหตุมาจากผู้หญิงคือนางเทราปทีถูกหมิ่นเกียรติโดยถูกจิกผมและเปลื้องส่าหรี (แม้ว่านาเทราปทีจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายเพราะสองฝ่ายมีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อนยาวนาน) ในมหากาพย์อีเลียดของฝรั่งที่ทำให้พวกกรีกรบกับทรอยก็มาจากผู้หญิงคือเจ้าหญิงเฮเลนซึ่งเป็นชายาของเมนนิเลอัสกษัตริย์เมืองหนึ่งของกรีกรักกับเจ้าชายปารีสแห่งทรอยจึงลงเรือหนีกลับเมืองทรอย พวกกรีกนำโดยอะกาเมมอนพี่ชายของเมนนิเลอัสจึงยกทัพมาตีกรุงทรอยจนแตกพ่ายย่อยยับ เหล่านี้ก็ล้วนแต่ผู้หญิงมีบทบาท หรือมอิทธิพล หรือเป็นปัจจัยและเงื่อนไขให้เกิดเรื่องขึ้นทั้งสิ้น แม้ว่าหลายเรื่องจะเป็นปลายเหตุ เช่นในอีเลียดนั้น อะกาเมมมอนอาจจ้องอยากจะรบกับทรอยเพื่อขยายอำนาจของตนแต่ก็หาเหตุผลได้ไม่ชอบธรรมพอที่จะระดมกองทัพกรีกซึ่งประกอบด้วยนครรัฐต่างๆ มาใช้งานได้ เมื่อเกิดเหตุหมิ่นเกียรติญศศักดิ์ศรีของชาวกรีกขึ้น ความชอบธรรมนั้นจึงเพียงพอที่จะทำให้อะกาเมมอนทำตามความต้องการของตน

ในโลกความเป็นจริง อิทิพลหรือบทบาทของผู้หญิงในทางการเมือง การปกครอง และสังคมก็มีให้เห็นอยู่เสมอ เช่น การแต่งงานระหว่างเจ้าชายกับเจ้าหญิงในลักษณะเดียวกับซุนฮูหยินแต่งกับเล่าปี่เพื่อผูกไมตรีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทางสายเลือด โดยเป็นกษัตริย์อาณาจักรหนึ่ง “ยกเจ้าหญิง” ให้ไปเป็นพระชายาของเจ้าชายหรือกษัตริย์ในอีกอาณาจักรหนึ่ง อันจะส่งผลไปถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างสองอาณาจักรให้แน่นแฟ้นกันยิ่งขึ้น นั่นเอง

บทบาทของแสงออนหรือนาคกัญญาในนิยายสองเรื่องของมาลา คำจันทร์ ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน เพียงแต่ต่างในรายละเอียด อันแสดงให้เห็นถึงบทบาทและอิทธิพลของผู้หญิงที่มีต่อการบ้านการเมืองในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ แม้ว่าจะเป็นในลักษณะที่ถูกผู้ชายใช้เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ในแบบที่เท่าเทียมกันตามแนวคิดฝ่ายสตรีนิยม (feminism) ก็ตาม แต่นี่ย่อมเป็นหลักฐานชัดเจนถึงการมีอยู่จริงของบทบาทและอิทธิพลของผู้หญิงต่อการเมือง การปกครอง และสังคม อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ จะเป็นความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของมาลา คำจันทร์ ก็ตาม “แสงออน” และ “นาคกัญญา” ก็กลายเป็นนิยายที่สะท้อนบทบาทของผู้หญิงต่อการเปลี่ยนแปลงทางการบ้านการเมืองในสังคมผู้ชายเป็นใหญ่ไปแล้วอย่างสมบูรณ์

หมายเหตุ : แสงออน กับ นาคกัญญา เป็นหนังสือเล่มในโครงการมาตรฐานวรรณกรรมพิมพ์จำกัด (มวจ.) จัดพิมพ์จำนวน 700 เล่ม ไม่มีวางจำหน่ายโดยทั่วไป สามารถสั่งซื้อได้ที่ www.mowojo.com หรือคลิกภาพด้านล่าง
.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *