หนังสือ,วรรณกรรม,วัฒนธรรม,ศิลปะ,เทคโนโลยี และจิปาถะ

คำบรรยายว่าด้วยกวีและบทกวี โดย Lafcadio Hearn

บทกวีนิพนธ์นั้น
มิได้หมายความแต่เพียงเขียนคำกลอนเป็นเท่านั้นฯ

บทกวีนิพนธ์มิใช่วรรณคดีชนิดที่ต้องการให้ผู้ประพันธ์คลุกคลีกับชีวิตการงานมากมาย ตรงข้าม บทกวีนิพนธ์เป็นศิลปะแห่งวิเวกโดยเฉพาะ บทกวีนิพนธ์ต้องการใช้เวลามาก ต้องการใช้ความคิดมาก เป็นงานที่ต้องใช้ความเงียบสงัดมาก และเป็นงานที่ต้องทำด้วยความซื่อสัตย์ โดยประการทั้งปวงเท่าที่ความสามารถโดยธรรมชาติของมนุษย์จะอำนวยให้ได้ กวียิ่งปลีกตนให้การคลุกคลีกับชีวิตสังคมเหลือน้อยลงเพียงใด งานศิลปะทางวรรณคดีประเภทนี้ของเขาก็จะดีมากขึ้นเพียงนั้น เรื่องนี้เป็นความจริงที่รู้กันดีอยู่แล้วในทุกประเทศ และเป็นที่รู้กันดีมากว่า ถ้ากวีหนุ่มผู้ใดปล่อยตัวให้ภาคภูมิพออกพอใจและทำตนให้เพลิดเพลินอยู่กับความ

ร่ำรวยและอำนาจวาสนา เป็นอันกล่าวได้ว่า กวีผู้นั้นกำลังเดินไปสู่ความหายนะ ศิลปะแห่งกวีนิพนธ์ต้องการให้กวีแสวงหาวิเวกในบ้านของตนเช่นเดียวกับนักพรต ข้อนี้มิได้หมายความว่าผู้เป็นกวีจำต้องเป็นโยคีหรืออะไรทำนองนั้น และมิได้หมายความว่า กวีไม่ควรยุ่งเกี่ยวใฝ่ใจกับเรื่องครอบครัว กวีก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีครอบครัวและรู้เรื่องทุกอย่างที่ครอบครัวต้องการอยู่เหมือนกันจึงจะเป็นกวีที่ดีได้ แต่เขาจะต้องสลัดได้อย่างแท้จริงซึ่งสิ่งที่เรียกกันทั่วไปว่า ความเพลิดเพลินทางสังคม โดยทำนองเดียวกัน ถ้าเขาปฏิบัติเช่นนั้นไม่ได้ ก็เกือบแน่นอนที่เขาจะสร้างบทกวีนิพนธ์ขึ้นมามิได้

ตรงนี้ ขอให้เรามาพูดกันถึงเรื่องจริงเป็นพิเศษเกี่ยวกับชีวิตกวีสักสองสามเรื่อง อันที่จริงเราก็รู้กันอยู่แล้ว ว่าบทกวีนิพนธ์นั้น มิได้หมายเพียงแต่คำกลอนเป็นเท่านั้น คำกลอนจะถูกต้องอย่างไรไม่สำคัญ แต่หมายถึงคำกลอนที่มีพลังหรือมีอำนาจในการสร้างความสะเทือนใจของคนเราได้ มีกวีเปอร์เซียผู้หนึ่งได้ให้ข้อสังเกตว่า คนชั่วไม่สามารถจะเป็นกวีได้ไม่ว่าโดยวิธีใด ถึงแม้ว่าจะมีข้อยกเว้นที่ชัดแจ้งอยู่บ้าง แต่คำกล่าวนี้ก็มีความจริงอยู่มาก ท่านคงได้เคยอ่านทราบกันมาแล้วว่า มีกวีชาวยุโรปหลายคนเป็นคนชั่ว แต่ท่านจะต้องพิจารณาคำที่กล่าวนี้ด้วยความระมัดระวังและพินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน และเมื่อกล่าวดังนี้ ท่านอาจนึกไปถึงท่านไบรอนทันที แต่ท่านไบรอนนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเราจะต้องไม่นำเอาหลักทางศาสนาหรือสังคมมาเป็นเครื่องวินิจฉัยถึงอุปนิสัยของกวีทั้งหลาย มีความจริงที่ถ่องแท้อยู่ว่า ท่านไบรอนถูกประณามในทางที่ว่าไม่มีศีลธรรมหลายประการ แต่ธรรมชาติส่วนลึกของท่านไบรอนนั้นเต็มไปด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมีความเห็นอกเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อกวีดังกล่าวได้ดำเนินงานตามความบันดาลใจที่เกิดจากธรรมชาติส่วนลึกของเขา เราก็ย่อมจะได้รับสิ่งดีที่สุดที่เขาสร้างสรรค์ไว้ อาจพูดถึงกวีอื่นๆ อีกหลายท่านทำนองเดียวกันนี้ ซึ่งเราจะได้ประสบพบเห็นอยู่เนืองๆ ว่า ภายในตัวคนเรานั้น ย่อมจะมีทั้งความดีและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซึ่งในขณะเดียวกันถ้ามองดูอย่างผิวเผิน เราก็อาจพบเห็นแต่ความชั่วร้ายหลายอย่างต่างประการปรากฏอยู่ อันที่จริงตามข้อสังเกตของกวีเปอร์เซียที่ว่าคนชั่วย่อมไม่อาจเป็นกวีได้และมีข้อยกเว้นไว้อย่างไม่น่าพึงพอใจนั้น เราพอจะทราบข้อยกเว้นได้เพียงหนึ่งหรือสองข้อเท่านั้น ในสมัยเรอเนซองของอิตาลี ปรากฏว่ามีคนชั่วร้ายอย่างมากเพียงสองสามคนที่สร้างชื่อเสียงในฐานะเป็นกวี จะอ้างชื่อเป็นตัวอย่างก็ได้คือ มาลาเต็สสา แต่ครั้นสอบสวนไปถึงงานวรรณคดีของบุคคลผู้นี้ก็ปรากฏว่า งานวรรณคดีนั้นมีคุณค่าเพียงเป็นคำกลอนที่ถูกต้องสมบูรณ์เท่านั้น ซึ่งในยุคนั้นนิยมกันว่าคำกลอนที่ถูกต้องสมบูรณ์ได้รับยกย่องกันเป็นอย่างมาก แต่สมัยนี้เราฉลาดกันกว่านั้น บัดนี้เรารู้กันดี ว่าเพียงแต่แต่งกลอนถูกต้องเท่านั้นมิได้ทำให้คำกลอนเป็นบทกวีนิพนธ์ที่แท้จริงขึ้นมาได้ จึงไม่คิดว่า กวีเปอร์เซียจะได้พบกวีนิพนธ์ในกลอนพิศวาสเช่นของมาลาเต็สสาผู้ชั่วร้าย

……….
Lafcadio Hearn นักวรรณกรรมชาวอังกฤษ-อเมริกัน อาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น เป็นนักหนังสือพิมพ์และอาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้บรรยายว่าด้วยเรื่องวรรณคดี ได้รับยกย่องเป็นอย่างสูงในประเทศญี่ปุ่น
……….

อันที่จริง เมื่อกวีเปอร์เซียพูดถึงคนชั่ว เขาหมายถึงสิ่งชั่วตามความรู้สึกที่คนเราเห็นพ้องต้องกัน แต่เราไม่ควรจะเรียกผู้ใดว่าเป็นคนชั่วเพียงเหตุบังเอิญที่เขาผู้นั้นประพฤติขัดแย้งต่อบัญญัติสังคมเฉพาะอย่าง เราควรจะเรียกผู้ใดว่าเป็นคนชั่วก็เฉพาะเขามีเรื่องเกี่ยวโยงกับผู้อื่นอันพิสูจน์ให้เห็นได้แน่แท้ว่า เขาเป็นคนโหดร้าย ปราศจากความรู้สึกผิดชอบ เห็นแก่ตัว และเป็นคนไม่รู้คุณคน แต่คนเช่นนี้ก็ไม่สามารถจะเขียนบทกวีนิพนธ์ขึ้นมาได้

เพราะฉะนั้น เรื่องทั้งหมดนี้จึงมีความจริงเป็นมูลฐานที่เห็นได้ง่าย กล่าวคือ กวีจะต้องเกิดมาเป็นกวี เช่น มีคำกล่าวว่า “กวีเป็นมาแต่กำเนิด มิใช่สร้างกันได้” (a poet is born, not made) การศึกษาเล่าเรียนมากมิได้ทำให้คนเป็นกวีขึ้นมาได้ ทุกๆ ปีมหิทยาลัยใหญ่ทั้งสองแห่งในประเทศอังกฤษได้ผลิตคนดี มีภูมิทางการศึกษาอย่างมีระเบียบทุกประการปีละหลายๆ พันคน มหาวิทยาลัยต่างๆ ในเยอรมนีสามารถผลิตได้มากกว่านั้น มหาวิทยาลัยต่างๆ ในฝรั่งเศสก็สามารถผลิตได้มากดีพอๆ กัน แต่ในจำนวนคนดีพันแล้วพันเล่านั้น มีกี่คนที่เป็นกวี เมื่อรวมทุกประเทศในยุโรปเข้าด้วยกันจะมีกวีไม่ถึงครึ่งโหล การศึกษาจะช่วยกวี จะทำให้กวีสามารถใช้ภาษาได้อย่างมั่งคั่งสมบูรณ์ จะฝึกหูของกวีให้นิยมชมชื่นเสียงดนตรี และจะฝึกสมองของกวีให้เข้าใจกฎเท่าที่จะมีได้ทุกประการตามความเหมาะสมและรสนิยม แต่การศึกษาไม่สามารถทำให้คนเป็นกวีขึ้นมาได้ สมมติว่าในทุกวันนี้ เฉพาะประเทศอังกฤษประเทศเดียว มีประชาชนที่สามารถเขียนคำกลอนแบบใดแบบหนึ่งที่ถูกต้องได้อย่างน้อยสามหมื่นคน บางทีจะไม่ถึงสองคนที่เป็นกวี เพราะบทกวีนิพนธ์นั้นเป็นเรื่องของผู้มีอุปนิสัยและมีอารมณ์ จะต้องเป็นคนที่เกิดมาด้วยความรักสวยรักงาม มีดวงหทัยอ่อนโยนเพื่อที่จะสามารถใช้วรรณคดีสร้างอารมณ์ให้เกิดขึ้นบนความรู้สึกของประชาชน คุณสมบัติทั้งหลายซึ่งจะทำให้คนเป็นกวีนั้น เป็นคุณสมบัติด้านอ่อนโยนตามธรรมชาติของมนุษย์ เพราะมีภาษิตอยู่ว่า กวีคือบุคคลครึ่งผู้หญิง ท่านย่อมจะสังเกตเห็นกันอยู่แล้วว่า หัวใจที่เร่งเร้าและทรหดนั้น เกือบไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกในวรรณคดี ตามกฎทั่วไป ถึงจะมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง นักคณิตศาสตร์ไม่อาจเป็นกวีได้ ถึงกวีผู้ยิ่งใหญ่คือท่านเกอเต้ (Geothe) ผู้เคยมีชื่อเสียงในทางวิทยาศาสตร์ ก็ปรากฏว่า ความสามารถทางคณิตศาสตร์ของท่านอ่อนมาก กำลังใจของคนเรานั้นไม่อาจทำให้เกิดขึ้นได้ เว้นแต่จะต้องใช้ความสามารถเป็นอย่างมาก ปรากฏว่าทุกหนทุกแห่งกวีทั้งหลายนั้นไม่มากก็น้อยเป็นบุคคลที่ไม่สามารถดำเนินชีวิตของตนให้ราบรื่นเช่นคนทั่วไป กวีจะเป็นบุคคลดำเนินธุรกิจได้ดีหาได้ยาก เพราะกวีที่ดำเนินธุรกิจนั้นไม่สามารถสร้างความรู้สึกให้เกิดแก่คนอื่นได้ สิ่งสำคัญก็คือ กวีเป็นคนมีความเอ็นดูกรุณา การดำเนินชีวิตของกวีในทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามความรู้สึกนึกคิดมากกว่าตามเหตุผล เพราะเหตุนั้น กวีจึงมักได้รับความผิดหวังในชีวิตเสมอ แต่ก็เป็นที่รู้กันว่า กวีเป็นผู้เสนอแนะให้เราได้เห็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความรู้สึกในตัวบุคคลได้อย่างดียิ่ง ถ้าโลกทั้งโลกปกครองกันด้วยระเบียบวินัยที่เข้มงวดเคร่งครัดเสมอไปแล้ว เราเห็นจะอยู่กันในโลกนี้ได้ด้วยความลำบากยากยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะเหตุนั้นกวีจึงเป็นผู้ที่ช่วยผ่อนคลายความเคร่งเครียดของมนุษย์ให้สดชื่นมีชีวิตชีวาขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้เรียกกวีว่าเป็นนักพรต

บทกวีนิพนธ์มิใช่จะจำกัดอยู่แต่เฉพาะจำพวกคำร้อยกรอง อาจมีบทกวีนิพนธ์เป็นคำร้อยแก้วที่เพราะๆ ก็ได้ วรรณคดีอังกฤษที่ดีเยี่ยมบางเรื่องก็สมควรจัดเป็นประเภทบทกวีนิพนธ์ร้อยแก้ว เพราะสร้างความรู้สึกให้เกิดขึ้นได้อย่างบทร้อยกรอง วรรณคดีบางอย่างผู้เขียนจะต้องอุทิศเวลาและพลังทั้งหมดที่สามารถจะสละให้ได้ เพราะเหตุนี้ ชีวิตของบุคคลที่เขียนวรรณคดีชนิดนั้นจึงต้องเป็นชีวิตที่ต้องการวิเวก เป็นชีวิตที่อุทิศให้แก่ศิลปะ.

-จบ-

คัดจากหนังสือ วรรณคดีกับชีวิตและการเมือง รวมบทบรรยายเรื่องวรรณคดี ของ Lafcadio Hearn แปลโดย ธนิตย์ อยู่โพธิ์ จัดพิมพ์โดย กรมศิลปากร เมื่อปี 2510 ที่คัดมานี้อยู่ในบทความเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างวรรณคดีกับชีวิต บรรยายเมื่อปี พ.ศ.2444

หมายเหตุ :

(1) ข้อความที่คัดมานี้ ผมเห็นว่าอธิบายความหมายของ กวี และ บทกวีได้เป็นอย่างดี ว่ากวีนั้นเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติใดและบทกวีนั้นเป็นข้อเขียนที่มีองค์ประกอบอะไรบ้าง เมื่ออ่านจบแล้วผมคิดว่าผู้อ่านคงได้ความกระจ่างขึ้นไม่มากก็น้อย

(2) Lafcadio Hearn เกิดเมื่อปี พ.ศ.2393 บิดาเป็นชาวไอริชและเป็นทหารยศพันตรีกองทัพบกอังกฤษ มารดาเป็นชาวกรีก เรียนหลายที่ทั้งในไอร์แลนด์ เวลล์ อังกฤษ ฝรั่งเศส ไปทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่อเมริกา 10 ปี แล้วไปทำงานที่ฝรั่งเศส จากนั้นก็กลับไปอเมริกา ในที่สุดก็ย้ายไปอยู่ที่ญี่ปุ่น ทำงานหนังสือพิมพ์ แล้วก็เป็นอาจารย์สอนวรรณคดีอังกฤษที่มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลในโตเกียว ตั้งแต่ พ.ศ.2439-2446 จากนั้นก็ย้ายไปสอนที่มหาวิทยาลัยวาเซดะในปี พ.ศ.2447 และเสียชีวิตในปีนี้เมื่ออายุ 55 ปี ชีวิตส่วนตัวแต่งงานกับหญิงชาวญี่ปุ่นคือ Setsu Koizumi เขามีชื่อญี่ปุ่นว่า Koizumi Yakumo

โกศล อนุสิม ผู้บันทึกหมายเหตุ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *