หนังสือ,วรรณกรรม,วัฒนธรรม,ศิลปะ,เทคโนโลยี และจิปาถะ

อาณาจักรพระจันทร์เสี้ยว : มนตราดนตรีในบทกวีของ ชวาลา ชัยมีแรง

ในบรรดากวีแห่งที่ราบสูงคือภาคอีสานของประเทศไทยที่เริ่มเดินบนเส้นทางกวี สร้างงานกวีนิพนธ์เมื่อ 20-30 ปีก่อนที่มีผลงานโดดเด่นและทำงานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในนั้นย่อมมีชื่อ ชวาลา ชัยมีแรง แห่งอำเภอจตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเคยเดินทางเข้ามาแสวงหาวิชาความรู้และเริ่มต้นเส้นทางของกวีในเมืองหลวง เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นนักดนตรี และเป็นกวี

ผลงานกวีที่โดดเด่นของชวาลา ชัยมีแรง คือรวมบทกวี “อาณาจักรพระจันทร์เสี้ยว” บทกวีที่บอกเล่าเรื่องราวของอาณาจักรในจินตนาการ สะท้อนด้านมืดและด้านสว่างของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งกวีได้หยิบยกเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในสังคมมนุษย์มาบอกเล่าไว้อย่างงดงามและสมจริงด้วยกลวิธีทางวรรณศิลป์กวีนิพนธ์ โดยได้หยิบยิกเอาทั้งด้านมืด อันได้แก่ ความรัก โลภ โกรธ หลง ที่นำไปสู่ความขัดแย้ง โดยความขัดแย้งมีหลายระดับ ทั้งระดับบุคคลต่อบุคคล กลุ่มคนต่อกลุ่มคน ชนเผ่าต่อชนเผ่า ประเทศต่อประเทศ ระดับความรุนแรงก็ตั้งแต่การทะเลาะเบาะแว้งไปจนถึงการสงคราม สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนมากน้อยต่างกัน นำมาซึ่งความทุกข์ยากทรมาน ล้วนเกิดจากความรัก โลภ โกรธ หลง ทั้งสิ้น และด้านสว่าง คือ ความรัก ความปรารถนาดี ความเอื้ออาทรต่อกัน ความปรารถนาในความสงบสุขสันติและพยายามสร้างขึ้นมา ทั้งสองด้านของมนุษย์นี้ปรากฏใน อาณาจักรพระจันทร์เสี้ยว

ชวาลา ชัยมีแรง นอกจากเป็นกวีแล้วยังเป็นนักดนตรีมีฝีมือ บรรลุถึงปรัชญาแห่งดนตรีอย่างสมบูรณ์ ผลงานการประพันธ์เพลงและดนตรีของเขานั้นเป็นที่ประจักษ์ชัดจนสามารถพิสูจน์ได้ว่า เขาเป็นผู้หนึ่งในนักปรัชญาแห่งดนตรีโดยแท้ แม้ว่าเขาไม่ใช่ผู้มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จในเรื่องราคาของดนตรี แต่เขาคือผู้สร้างค่าของดนตรีขึ้นมาไว้เป็นสมบัติแก่โลกและมนุษย์ จึงไม่แปลกใจเลยว่า ในบทกวี อาณาจักรพระจันทร์เสี้ยว เขาได้นำดนตรีมาเป็นสื่อสะท้อนถึงภาวะความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ ผ่านการบรรเลงเพลงพิณของนักดนตรีพเนจรนามซาญขจี ผู้อ่านจะเห็นได้ว่า ชวาลา ชัยมีแรง ได้ใช้ดนตรีในการบรรยายอารมณ์ของผู้คนและบรรยากาศในเรื่องแทบทุกฉากทุกตอน ซึ่งดนตรีที่ ชวาลา ชัยมีแรง นำมาเป็นเครื่องมือในการขับกล่อมนั้น มีทั้งดนตรีที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ และดนตรีในธรรมชาติ อันได้แก่ เสียงร้องของนกนานาชนิด สัตว์ต่างๆ รวมถึงเสียงแห่งธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ในลักษณะต่างๆ กัน เหล่านี้คือเสียงดนตรีทั้งสิ้น ซึ่งชวาลา ชัยมีแรง นำมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกลมกลืน สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้อ่าน โดยฉากสำคัญของเรื่อง คือ เมื่อสองศัตรูคู่อาฆาตที่ทำสงครามแย่งชิงอำนาจกันจนแยกอาณาจักรออกเป็นสองส่วน ฝ่ายหนึ่งนาม สีจันปา อีกฝ่ายหนึ่งนาม ธานาปัน ได้บรรลุถึงความสงบ ความสุขสันติร่วมกันจนกลายเป็นมิตรกันเพราะอานุภาพมนตราแห่งดนตรีนั่นเอง

ดนตรีเป็นภาษาสากล ไม่ว่าชนชาติใดเมื่อเล่นดนตรีก็เล่นด้วยภาษาเดียวกัน แม้ว่าอยู่กันคนละขอบโลก ไม่เคยพบกัน อยู่ต่างเวลาและสถานที่ แต่ภาษาที่พวกเขานำมาใช้สื่อสารผ่านเสียงดนตรีนั้น เป็นภาษาเดียวกัน ฟังเข้าใจได้ด้วยใจ ดนตรีจึงเป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิผลที่สุด เมื่อนำคนทุกชาติทุกภาษามาอยู่ในที่เดียวกันแล้วให้ฟังดนตรีร่วมกัน พวกเขาจะเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดแม้เพียงสักคำ การที่ชวาลา ชัยมีแรง นำดนตรีมาเป็นเครื่องมือในการเชื่อมร้อยเรื่องราว บรรยากาศ และความรู้สึกนึกคิดของตัวละครในเรื่อง อาณาจักรพระจันทร์เสี้ยว จึงเป็นเรื่องที่สมจริงและดีงามตามท้องเรื่อง เพราะดนตรีนั้นมีอานุภาพทำให้คนต่างกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ เช่นเดียวกับ สีจันปา กับ ธานาปัน นั่นเอง

ผู้ที่นำศิลปะประเภทหนึ่งมารับใช้หรือประยุกต์ใช้กับศิลปะอีกประเภทหนึ่งได้อย่างลงตัวนั้น ผู้นั่นย่อมเป็นผู้เข้าถึงศิลปะทั้งสองประเภทอย่างลึกซึ้ง ดังนั้น อาณาจักรพระจันทร์เสี้ยว จึงเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความสามารถทางด้านศิลปะกวีนิพนธ์และศิลปะดนตรีของ ชวาลา ชัยมีแรง ได้อย่างไม่ต้องสงสัย ว่าเขาคือกวีผู้เข้าถึงศิลปะกวีนิพนธ์และเป็นนักดนตรีผู้เข้าถึงศิลปะแห่งดนตรีโดยแท้

……….
ชวาลา ชัยมีแรง กับภรรยา
……….


อาณาจักรพระจันทร์เสี้ยว ในความเห็นของผมนั้น เป็นงานกวีนิพนธ์ที่ ชวาลา ชัยมีแรง นำมนตราแห่งดนตรีมาเป็นเครื่องมือในการชักนำผู้อ่านให้เข้าถึงเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้งและสะเทือนใจ หาไม่ง่ายนักที่จะมีศิลปินผู้เข้าใจลึกซึ้งในศิลปะสองแขนงแล้วนำมาผสมกลมกลืนได้ดีเช่นนี้ ผมจึงหวังว่า ในกาลข้างหน้า เขาจะสร้างงานที่ สมบูรณ์ งดงาม ด้วยศิลปะของแขนงนี้ได้ยิ่งใหญ่กว่า อาณาจักรพระจันทร์เสี้ยว ซึ่งผมมองว่า เป็นเพียงงานทดลองของเขาเท่านั้น

ผมเชื่อว่า โดยความสามารถของชวาลา ชัยมีแรง เขาจะสร้างงานที่ยิ่งใหญ่กว่า อาณาจักรพระจันทร์เสี้ยว เพราะนี่เป็นเพียงเนินเขาเล็กๆ ที่เขาปั้นแต่งเล่นเท่านั้น ศักยภาพของเขาสามารถที่จะเนรมิตภูเขาวรรณกรรมด้วยศิลปะแห่งกวีนิพนธ์ได้อย่างไม่ต้องสงสัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *