หนังสือ,วรรณกรรม,วัฒนธรรม,ศิลปะ,เทคโนโลยี และจิปาถะ

ดิจิทัล

now browsing by category

 

หยุดการคุกคามทางไซเบอร์โดยคิดก่อนไลค์และแชร์

พบลำแสงประหลาดเหนือทุ่งน้ำแข็งไซบีเรีย นักวิทยาศาสตร์ยังค้นหาสาเหตุไม่พบ ชาวบ้านเชื่อเป็นยูเอฟโอ :

ลำแสงประหลาดพุ่งเป็นลำจากท้องฟ้าแล้วกระจายออกเหมือนพลุแตกสว่างไสวเหนือทุ่งน้ำแข็งที่ไซบีเรีย ชาวบ้านใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพไว้ได้ พร้อมแจ้งทางการซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารและนักวิทยาศาสตร์ค้นหาร่องรอยเพื่อพิสูจน์ทราบสาเหตุ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ทางด้านชาวบ้านเชื่อว่าเป็นฝีมือของจานบินหรือยูเอฟโอ Read More

ชะตากรรมของคนในกระแสดิจิทัล

กระแสดิจิทัลกำลังท่วมโลก เมื่ออินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยสำคัญเกือบจะเท่าปัจจัยสี่ของมนุษย์แล้ว อันที่จริงน่าจะเรียกได้ว่า เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่คนในยุคนี้จะขาดไม่ได้ น่าจะมีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่รู้จักอินเทอร์เน็ต

เดียวนี้ คนมีเพียงโทรศัพท์มือถือที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ ก็สามารถทำสิ่งต่างๆ ผ่านหน้าจอโทรศัพท์ แม้แต่การใช้เงินก็ไม่ต้องจับต้องธนบัตรและเหรียญแล้ว สามารถจ่ายผ่านจอโทรศัพท์ได้เลย
Read More

จริงหรือโม้ที่ไทยจะได้ใช้ WIMAX ก่อน 3G

อ่านข่าวจากกรุงเทพธุรกิจออนไลน์เรื่อง WIMAX แล้วก็อยากเอามาเล่าต่อ เป็นข่าวที่นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีแนวโน้มว่าจะสามารถออกใบอนุญาตไวแม็กซ์ได้ก่อน อนุมัติใบอนุญาต 3จี ที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนมิ.ย.2552 เนื่องจากซับซ้อนน้อยกว่า โดยได้ดำเนินการทดสอบระบบในจุดสำคัญๆ เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการทดสอบระบบบางพื้นที่ และออกกฎเกณฑ์ให้เรียบร้อย

แม้ว่ากระทรวงไอซีทีจะไม่มีอำนาจอนุมัติไลเซ่น แต่ก็มีนโยบายที่ต้องการผลักดันการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ทั้ง 3จี และไวแม็กซ์ให้เกิดขึ้นในประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงเรื่องการให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานอย่างทั่วถึง (ยูเอสโอ) กับหน่วยงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่ไทยเป็นสมาชิกอยู่ โดยระบุว่า ประเทศสมาชิกเอเปกจะต้องสื่อสารผ่านบรอดแบนด์ครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2558 ขณะที่ พัฒนาการของบรอดแบนด์ในไทย ก็จัดว่าอยู่ขั้นที่ยังต้องประเมินว่า ประสิทธิภาพการใช้งานจริงได้ผลเพียงใด

ในเรื่องปัญหาการดำเนินงานนั้น รัฐมนตรีไอซีทีก็กล่าวว่า ต้องดูว่าเทคโนโลยีที่เอามาใช้ ประสิทธิภาพได้ผลจริงแค่ไหน ซึ่งไอซีทีกับ กทช. ยุคนี้ก็มีความสัมพันธ์ต่อกันดีมาก มีการพูดคุยกันตลอดเวลา รู้ว่ากำหนดจะออก 3จี เมื่อไร ก็มีเวลาทำองค์กรของรัฐให้เข้มแข็ง พร้อมรองรับการให้บริการเทคโนโลยีๆ และยังระบุว่า ในช่วงนี้ไอซีทีกำลังพยายามทำให้องค์กรรัฐแข็งแกร่ง ด้วยการผลักดันการควบรวมหน่วยงานระหว่างบอดร์ด กสท และทีโอที ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าจะพยายามทำให้ได้ก่อนออกไลเซ่น 3จี โดยอาจเป็นในลักษณะโฮลดิ้งก่อน ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำได้ภายในอีก 1-2 เดือน
Read More

สัมมนาฝ่าวิกฤตด้วย e-Commerce

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (12 พ.ย.51) ผมได้เข้าร่วมสัมมนางาน Thailand e-commerce Forum 2008 … Today Knowledge for the Next Competitive Edge ที่ห้องบางกอกคอนเว็นชั่น เซ็นทรัลลาดพร้าว โดยงานนี้จัดร่วมกันหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ คณะอนุกรรมการนโยบายและส่งเสริมการพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็คทรอนิกส์ สมาคมผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์ไทย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที) ดร.มั่น พัธโนทัย เปิดงาน และมีเลขาธิการสำนักงานสถิติแห่งชาติ นางธนนุช ตรีทิพยบุตร ร่วมบรรยายพิเศษ

การจัดงานครั้งนี้นับว่าเป็นการระดมบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงในการทำธุรกิจ e-commerce ของไทยมาร่วมเสวนาเรื่อง “ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจไทย ด้วย e-Commerce” ประกอบด้วย นายนิรันดร์ ทะนงศักดิ์มนตรี กรรมการผู้จัดการอาวุโส จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ธุรกิจดิจิตอล นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็มอไอ (MAI) คุณมณสินี นาคปนันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการทรูมันนี่ ดร. อนุชิต อนุชิตานุกูล ผุ้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกรุงไทย ส่วนตอนบ่ายจะมีการสัมมนากลุ่มย่อยในหลายประเด็น อาทิ “มองอย่างเซียน แนวโน้ม e-Commerce ปี 2009” “เคล็ดลับแจ้งเกิด e-Commerce” “e-Commerce โอกาสทอง SMEs ไทย” เป็นต้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ได้พูดถึงประเด็นที่น่าสนใจอยู่อย่างหนึ่งคือ บทบาทของเทคโนโลยีที่มีต่อการเกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและลุกลามไปทั่วโลกในขณะนี้ โดย ดร.มั่น พัธโนทัย ได้อ้างถึงคำพูดของนายอลัน กรีนสแปน อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา หรือ เฟด ว่า โลกล่มเพราะ ICT ที่เป็นดังนี้เพราะมีการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นจำนวนมาก ถึงแม้จะทำให้เกิดความสะดวกสบายและรวดเร็ว แต่ก็ทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ง่ายเช่นเดียวกัน อย่างเช่น การกู้เงินในสหรัฐเอมริกาทำผ่านเครือข่ายออนไลน์ โดยผู้กู้เพียงกรอกข้อมูลผ่านหน้าเว็บไซต์ให้สมบูรณ์ก็สามารถกู้เงินได้ ผู้กู้กับกับผู้ให้กู้ไม่ต้องพบปะพูดคุยกันมากเหมือนเมื่อก่อน โอกาสที่จะมีการแต่งเติมข้อมูลเกินความเป็นจริงหรือให้ข้อมูลเท็จย่อมเกิดขึ้นได้มาก ส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์ซับไพรม์และลุกลามไปสู่ภาคการเงินอื่นๆ สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายอยู่ในขณะนี้

การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แม้จะมีความสะดวกรวดเร็ว แต่รัฐมนตรีกระทรวงไอซีทีก็ได้ให้ข้อคิดว่า ควรจะมีการพบปะพุดคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์กับคู่ค้าไว้ด้วย เพราะความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนอันเป็นวิธีที่นักการค้าสมัยก่อนใช้สร้างความสัมพันธ์กันนั้น จะช่วยให้เกิดความเข้าใจกันดียิ่งขึ้น เมื่อผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่แล้ว ก็จะทำให้มีประสิทธิภาพเข้มแข็งมากขึ้น
Read More

เซียน IT เพิ่มความรวยด้วยอาชีพ Digital Coach

IT Talks

 

ท่านผู้อ่านทั้งที่เป็นขาประจำและขาจรของกระผมโกศลคนชอบคุย คงมีส่วนหนึ่งที่เป็นเซียนไอที รู้เรื่องดีเกี่ยวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตและเครื่องมือเครื่องใช้ดิจิตอลทั้งหลาย ที่พัฒนาแบบพรวดๆรวดเร็วจนคนธรรมดาตามไม่ทัน อย่างเช่นผมนี้เป็นต้น ที่อ่านข่าวเจอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆก็อ่านไปงงไปเป็นไก่ตาแตก ว่าแท้ที่จริงแล้วอุปกรณ์นั้นมันคืออะไรกันแน่ ใช้เพื่องานอะไร และใช้อย่างไร ไม่ต้องอะไรมากหรอกครับ แค่โทรศัพท์มือถือที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ ก็ยังรู้จักใช้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของประสิทธิภาพจริงๆของมัน เพราะใช้ไม่เป็น ถ้าจะใช้ก็กลัวพัง ดังนั้น จึงรับสายและโทรออกเป็นส่วนมาก

ด้วยเหตุที่คนใช้ตามไม่ทันเทคโนโลยี จึงเกิดอาชีพใหม่ขึ้นมา เป็นภาษาฝรั่ง จะแปลเป็นไทยแบบใดก็ยังไม่เหมาะ นั่นคือ Digital Coach คอยทำหน้าให้คำแนะนำ สอน ฝึกอบรม ให้ผู้ประกอบการ องค์กร หรือบริษัทต่างๆ มีความรู้ความเข้าใจและการใช้งานเทคโนโลยี เพื่อประโยชน์ในการใช้เพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้น รวมถึงสร้างกลยุทธ์ใหม่ๆ ทางด้านการตลาด ให้เข้าสมัย ได้รสนิยมของผู้คนยุคดิจิตอล เพื่อดึงเงินออกจากกระเป๋าผู้ซื้อมาสู่กระเป๋าผู้ขายให้มากขึ้น

สิ่งที่ Digital Coach แก่ผู้ใช้บริการนั้น สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลอาจมองเป็นเรื่องเล็กน้อย ง่ายปานพลิกฝ่ามือ แต่สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากนั้น หาใช่เรื่องกล้วยๆส้มๆไม่ เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือรับส่งอีเมล์ติดต่อกับลูกค้า การทำบล็อกเพื่อประชาสัมพันธ์องค์กร ซึ่งคนเป็นจำนวนมากยังไม่รู้ความแตกต่างระหว่างเว็บไซต์กับบล็อก การสอนให้เก็บข้อมูลและการสำรองข้อมูลเอกสารสำคัญต่างๆในคอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญหาย และสามารถเรียกขึ้นมาใช้งานได้โดยง่าย รวมถึงการเก็บข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น นี่ล้วนแล้วแต่เป็นงานถนัดของ Digital Coach ทั้งสิ้น

ลองพิสูจน์ความแรงของ Digital Coach ด้วยการคลิกเข้าไปดูใน Squidoo.com อันเป็นแหล่งชุมนุมมังกรซ่อนพยัคฆ์ของผู้รู้ด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่เสนอตัวตนให้ผู้คนได้รับรู้ผ่าน lens หรือ บล็อกของตัวเอง เมื่อค้นคำว่า Digital Coach ในกล่องค้นหาหน้าเว็บ ปรากฏมี lens ที่เกี่ยวข้องกับ Digital Coach เป็นจำนวนมาก คลิกเข้าอ่านดูก็ทำให้รู้ความหมาย บทบาท หน้าที่ของคนกลุ่มนี้ ดังที่ได้เล่าไว้ข้างต้นนั่นแล

Read More

Web World Wars : สงครามโลกไซเบอร์

 

 หากมองดีลที่มีมูลค่ามหาศาลถึง 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่จบลงด้วยความล้มเหลว ระว่างสองยักษ์ใหญ่ในโลกอินเตอร์เน็ต คือ ยาฮู (Yahoo.com) กับ ไมโครซอฟท์ (Microsoft.com) สาเหตุภายนอกที่ผู้คนทั้งกลายไดรับรู้ทั่วไปก็คือ ยาฮูซึ่งเป็นฝ่ายถูกเสนอซื้อไม่ยอมรับราคาที่ไมโครซอฟท์เสนอให้ จึงเล่นชักเย่อกันพักใหญ่ ในที่สุดก็ประกาศล้มเลิกการซื้อขายกันไป

กิจกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างไมโครซอฟท์ยักษ์ใหญ่ กับยาฮูซึ่งก็เป็นยักษ์ใหญ่ดังกล่าว หากมองแค่ผิวหน้าก็เป็นเพียงการเจรจาซื้อขายหุ้นทางธุรกิจ ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาในโลกการค้า แต่ถ้าหากมองลงไปลึกๆแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเหมือนสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่ของมหาอำนาจในโลกไซเบอร์ ซึ่งคู่ต่อสู้จริงๆแล้วก็คือ ไมโครซอฟท์กับกูเกิล (Google.com) ไม่ใช่ ไมโครซอฟท์กับยาฮู เพราะไมโครซอฟท์มีเหตุผลที่รู้ๆกันอยู่ว่า การเจรจาซื้อหุ้นยาฮูนั้นก็เพื่อควบรวมให้ไมโครซอฟท์มีความแข็งแกร่งมากขึ้นเพื่อที่จะได้ต่อกรกับกูเกิลได้ถนัดมือยิ่งขึ้นในโลกไซเบอร์

Read More

สื่อยุคดิจิตอล: หรือถึงคราวหมาเฝ้าบ้านเจอศัตรูที่ลื่นไหลจริงๆ

การเรียกขานสื่อว่าแมลงวันก็ดี หรือหมาเฝ้าบ้านก็ดี ล้วนแต่มีความหมายในทางที่ดี สะท้อนการทำหน้าที่ของสื่อ นั่นคือ ในฐานะแมลงวัน เมื่อมีของเน่าเหม็นที่ไหน แมลงวันจะไปตอมที่นั่น อันแสดงนัยให้เห็นว่า เมื่อมีเรื่องไม่ชอบมาพากล มีเรื่องไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น สื่อจะต้องทำหน้าที่เสาะหาข้อเท็จจริงออกมาตีแผ่ให้สังคมรับรู้ เหมือนแมลงวันไปตอมของเน่าเหม็นให้คนรู้ว่ามีของเน่าเหม็นอยู่ที่นั่น ในฐานะหมาเฝ้าบ้าน สื่อทำหน้าที่ส่งเสียงเตือนผู้คนอันเปรียบเสมือนเจ้าของบ้าน ให้รู้ว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในสังคม เหมือนหมาเฝ้าบ้านที่ส่งเสียงเห่าเตือนเจ้าของ เมื่อมีคนแปลกหน้ามาบ้าน ซึ่งอาจจะเป็นโจรผู้ร้ายหรือผู้ไม่หวังดี หากมีการบุกรุกเข้ามาโดยพละการ หมาเฝ้าบ้านก็ไล่กัดไล่งับเอาได้ เพื่อรักษาประโยชน์เจ้าของบ้าน

ดังนั้นศัตรูของหมาเฝ้าบ้าน หรือเจ้าของบ้านก็คือคนแปลกหน้า โจรผู้ร้าย คนไม่ดี ที่มุ่งหวังจะมาขโมยทรัพย์สินของเจ้าของบ้านนั่นเอง
Read More

FaceBook, YouTube, Hi5 : ตัวอย่าง Free Life ของ Generation D

FaceBook

เว็บไซต์ที่มีลักษณะเป็นชุมชน หรือที่เรียกกันว่า Social Networking เกิดขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต ตัวอย่างที่ชัดเจนกรณีของไทยก็คือ Pantip.com ที่เติบโตมาตั้งแต่ยุคแรกของเว็บไซต์ ในระยะ 5-10 ปีมานี้ ชุมชนบนโลกออนไลน์ได้แผ่ขยายออกไปทั่วโลก เกิดและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว  เกิดการแข่งขันกันอย่างมากมาย  ปรากฏชื่อของ FaceBook YouTube Hi5 ขึ้นมาและกลายเป็นชุมชนบนโลกออนไลน์ที่รวมเอาคนทั่วโลกมาไว้ด้วยกัน

เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ก่อตั้งชุมชนบนโลกออนไลน์ในลักษณะดังกล่าว ทั้ง FaceBook YouTube Hi5 ล้วนแล้วแต่เป็นคนรุ่น  Gen Y และ Gen D ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะเจ้าของและผู้ก่อตั้ง FaceBook  นั้นนับว่าเป็นคนที่อยู่ในรุ่น Gen D อย่างชัดเจน คือ อายุเพียง 20 กว่าๆ ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจผ่านเว็บ 2.0 จนกลายเป็นคนรวยที่ติดอันดับโลกที่อายุน้อยที่สุด ที่หาเงินทุกบาททุกสตางค์มาด้วยความคิดและการลงมือทำด้วยตนเอง ไม่ใช่เกิดบนกองเงินกองทองเหมือนคนรวยรุ่นพ่อแม่หลายๆคนที่เป็นทายาทมหาเศรษฐีรับช่วงกิจการ

            ลักษณะสำคัญของคน Gen D ก็คือ มีความเป็นอิสระทั้งกายภาพและจิตวิญญาณ วิถีชีวิต (Life Style) จึงเป็นไปในแบบชีวิตอิสระ (Free Life)  กล้าแสดงออกทั้งความคิดและการกระทำ  เปิดรับสิ่งใหม่ๆเข้าสู่ชีวิตได้ง่าย  ความเป็นอิสระที่คน  Gen D มีหรือพยายามจะให้มีนั้น หลายกรณีเป็นไปในลักษณะสุดโต่ง (น่าจะตรงกับคำว่า Radical ในภาษาอังกฤษ) แต่ความเป็นอิสระแบบสุดโต่งดังกล่าวนั้นจะแสดงออกในการดำเนินชีวิตประจำวันยังทำได้ไม่สะดวกนัก เนื่องจากติดเงื่อนไขทางสังคมที่มีความเข้มงวดอยู่ ดังนั้น  คน Gen D จึงต้องแสวงหาสถานที่ที่พวกเขาจะได้แสดงออกถึงความเป็นตัวตนได้อย่างเต็มที่ อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของสังคมน้อยที่สุด และเวทีดังกล่าวก็คือ ชุมชนออนไลน์ (Social Networking) ของ Web 2.0 อันได้แก่ FaceBook, YouTube, Hi5 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน

Read More

เราได้อะไรจากกรณี xxx.kapook.com

ปรเมศร์ มินศิริ ภาพจาก manager.co.th

เรื่องอื้อฉาวในโลกอินเตอร์เน็ตของไทยในเดือนมีนาคม  ที่โด่งดังไม่แพ้วิวาทะสายัณห์-ยอดรัก บนสื่อกระแสหลัก ก็ต้องยกให้กรณีโดเมนอื้อฉาว xxx.kapook.com ที่เกิดมาจากความผิดพลาดของการบริหารจัดการ (ตามคำบอกเล่าของผู้บริหารเว็บไซต์เจ้าของเรื่อง คือ http://www.kapook.com/ ) นั้น กลายเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ถกเถียงกันอื้ออึงในโลกอินเตอร์เน็ต และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง โดยพุ่งเป้าไปที่ผู้บริหารเว็บ kapook.com ว่ากระทำการไม่เหมาะสมที่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

ในที่สุดเจ้าของเว็บไซต์ kapook.com ที่ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ประกาศลาออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลที่แถลงไว้ว่า “เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม” ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งนายกฯคนใหม่ในไม่ช้านี้

(< ภาพ ปรเมศร์ มินศิริ จาก ผู้ดการออนไลน์ )

 

นอกจากการลาออกจากตำแหน่งของนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย คือ ปรเมศร์ มินศิริ แล้ว เราได้อะไรจากกรณีนี้

Read More

The Generation D 2.0 : ผู้สร้างอนาคต

Generation D2.0

ก่อนจะพูดถึง Generation D 2.0 ขอพูดถึงคนรุ่นก่อนๆที่มีบทบาทต่อเนื่องกันมา นั่นคือ หากนับรุ่น (Generation) ของคนที่ยังมีชีวิตอยู่และมีบทบาทสำคัญในปัจจุบันนี้  ประกอบไปด้วย 

1.Generation Baby Boom (ขอเรียกว่า Gen.B)ซึ่งเกิดหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ปัจจุบันส่วนหนึ่งอยู่ในวัยใกล้เกษียณ และจำนวนมากอยู่ในวัยเกษียณ Gen. B ยังคงมีบทบาทในภาคส่วนต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน  ได้แก่ ผู้นำทางการเมืองที่มีอำนาจในการกำหนดนโยบายของประเทศและของโลก ผู้นำภาคธุรกิจที่ยังมีอำนาจในการกำหนดทิศทางขององค์กร ได้แก่ บรรดาประธานกรรมการ (Chairman) ประธานเจ้าหน้าบริหาร (Chief Executive Officer-CEO) และผู้ที่อยู่ในระนาบเดียวกัน คนรุ่นนี้มีความคิดอนุรักษ์นิยม  ชอบการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป มีความระมัดระวัง ยึดมั่นในหลักการเป็นอย่างสูง  ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี่มาก

2.Generation X (Gen.X) ซึ่งเป็นผลผลิตของ Gen.B  อยู่ในช่วงวัยฉกรรจ์  เป็นกำลังสำคัญในการบริหารองค์กรในปัจจุบัน มีความคิดต่างจากคนรุ่นพ่อแม่  เชื่อในเทคโนโลยี  ชอบการเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็ว มีความยืดหยุ่นมากกว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คน Gen.X มีบทบาทสำคัญในการนำความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆมาสู่สังคมโลก

3.Generation Y (Gen.Y) เป็นแรงงานสำคัญในทุกภาคส่วนของสังคม อายุอยู่ในช่วง ปลาย 20-ช่วงปลาย 30  คนรุ่นนี้กำลังเติบโตเพื่อที่ก้าวไปแทนที่ของคน Gen.X  คน Gen.Y เติบโตมาพร้อมๆกับเทคโนโลยีการสื่อสาร (IT) สมัยใหม่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ที่เห็นชัดเจนก็คือ โทรศัพท์มือถือ Analog กับ Web 1.0 ซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของการสื่อสารแบบไร้สาย  คนรุ่นนี้เติบโตไปพร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลถึงชีวิตของพวกเขา ดังนั้น คนรุ่นนี้จึงนิยมการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด มีความยืดหยุ่นสูงกว่าคนรุ่น Gen.X  ใจร้อนและเชื่อมั่นในเทคโนโลยี  ดังนั้น คนรุ่น Gen.Y  จึงเป็นกำลังสำคัญในการสร้างรากฐานให้แก่สังคมในปัจจุบัน  ซึ่งต่อไปในอีก 10-20 ข้างหน้า พวกเขาก็จะก้าวขึ้นไปรับผิดชอบดูแลสิ่งที่ตนสร้างขึ้นมา แทน Gen.X 

แล้วคน Generation D2.0 (ขอเรียกสั้นๆว่า Gen.D) คือคนพวกไหนกันล่ะ…

Read More