หนังสือ,วรรณกรรม,วัฒนธรรม,ศิลปะ,เทคโนโลยี และจิปาถะ

คลื่นความคิด

now browsing by category

 

คน 4 ประเภท : มีมืดบ้างสว่างบ้าง

คนทั้งหลายในโลกแม้มีมากมาย แต่หากจัดประเภทแยกหมู่ลำดับหมวดแล้วก็มีอยู่ไม่กี่ประเภท ตามกรอบเกณฑ์ของการจัดประเภท ว่าจะมีไว้อย่างไร สมเด็จพระสมัมาสัมพุทธเจ้าทรงจัดคนไว้เป็นประเภทต่างๆ ตามปัญหาที่มีผู้ทูลถาม ครั้งหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลแห่งเมืองสาวัตถีทูลถาม พระองค์จึงทรงจำแนกไว้ว่า มีบุคคลปรากฏอยู่ในโลกนี้ 4 ประเภท คือ พวกมืดมาแล้วมืดต่อไปหนึ่ง พวกมืดมาแล้วสว่างไปหนึ่ง พวกสว่างมาแล้วมืดไปหนึ่ง พวกสว่างมาแล้วสว่างต่อไปหนึ่ง นี่คือคนทั้งหลายในโลกล้วนแต่อยู่ใน 4 ประเภทนี้ โดยทรงอธิบายรายละเอียดคนแต่ละประเภทสรุปได้ว่า
Read More

ความเป็นสากลของวรรณกรรม

สืบเนื่องมาจาก ยงค์ ยโสธร หรือพ่อใหญ่ยงค์ของผม ได้เขียนความเห็นไว้ในสเตตัสของผมวิจารณ์หนังสือ “ภายหลังความพ่ายแพ้” ของท่านเอง โดยเล่าถึงความเห็นของนักอ่านที่ได้อ่านหนังสือ “ภายหลังความพ่ายแพ้” ความตอนหนึ่งว่า

“…ผมได้ยินนักอ่านะนักเขียนที่ได้อ่าน พูดถึงหนังสือผมในแง่มุมที่แตกต่างกันไปหลายประเด็น ทีแรก ผมรู้สึกอยากเปลี่ยนชื่อ จากภายหลังความพ่ายแพ้ เป็น “คืนเมือง”
Read More

6 แนวทางในการบริหารใจ

ปัจจุบันคนทั้งหลายมีความเครียดในจิตใจมากยิ่งขึ้น เพราะกิจกรรมทั้งหลายในโลกดำเนินไปอย่างรวดเร็ว คนต้องรีบเร่งตัวเองให้ทัน จนปัจจุบันนี้ต้องมีคนผลัดเปลี่ยนกันตื่นอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งหากพิจารณาให้ถ่องแท้แล้ว ความรวดเร็วทั้งหลายเหล่านี้ ก็ล้วนเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ทั้งสิ้น

เมื่อต้องรีบเร่งให้ทันกับความรวดเร็วของโลก ความสัมพันธ์ของคนก็เป็นไปในลักษณะผิวเผินมากขึ้น ความใกล้ชิดกันน้อยลง การติดต่อสัมพันธ์กันเป็นไปตามหน้าที่และความจำเป็นมากกว่าจะเป็นไปด้วยจิตใจ ความเห็นอกเห็นใจมีน้อยลงตามไปด้วย ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ก็ขาดความลึกซึ้ง
Read More

ว่าด้วยเรื่องบารมีหรือกำลังใจ (7) สัจจะคือความจริงใจ

มีถ้อยคำที่เป็นคำคมที่รู้กันดี หรืออาจเรียกว่าสุภาษิตเตือนใจอยู่บทหนึ่ง นั่นคือ “คำพูดนั้นก่อนพูดเราเป็นนายมัน หลังจากเราพูดแล้วมันเป็นนายเรา” หมายความว่า การพูดอะไรออกไปมีผลผูกพันคนพูด ดังนั้น ก่อนพูดจงคิดให้ดี เพราะคำพูดนั้นจะส่งเสริมเราก็ได้ จะทำลายเราก็ได้ ถ้าเรารักษาคำพูด เราก็จะดี ถ้าเราผิดคำพูดเราก็จะเสีย
Read More

เมื่อผมเป็นคนขายวิมานในอากาศ (3) เป็นตัวแทนประกันชีวิตเป็นยากกว่ารัฐมนตรีไทย

เป็นตัวแทนประกันชีวิตอาจเป็นยากกว่ารัฐมนตรีไทย เพราะรัฐมนตรีไทยไม่ต้องมีความรู้เรื่องงานในกระทรวงที่ตนจะไปบริหารก็ได้ ขอให้มี เฮียดัน เจ๊ดัน ป๋าดัน ฯลฯ ก็เป็นพอ แต่การเป็นตัวแทนประกันชีวิตนั้นต้องมีความรู้เรื่องประกันชีวิต ต้องสอบให้ผ่านจึงจะได้เป็นตัวแทน หากสอบไม่ผ่านก็ต้องสอบอีก สอบซ้ำสอบซากจนผ่านนั่นแหละ ทางกรมการประกันภัย (ปัจจุบันคือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.) จึงออกใบอนุญาตการเป็นตัวแทนประกันชีวิตให้
Read More

ผู้นำองค์กรแบบพุทธ : มองการณ์ไกล (1)

ในปัจจุบันนี้มีคำที่นิยมกันมาก นั่นคือ วิสัยทัศน์ มาจากคำ VISION ในภาษาอังกฤษ ความหมายสามัญคือความสามารถการมองเห็น หรือ การคาดการต่างๆ ความหมายโดยนัยที่นำมาใช้กับการบริหารจัดการก็คือ ความคิด วิธีการ เป้าหมายในการทำงาน กระบวนการจัดการงานและองค์กรให้ไปถึงเป้าหมาย ซึ่งในหมู่ผู้นำจะขาดเสียไม่ได้ จะเห็นได้เสมอโดยเฉพาะองค์กรของรัฐที่มีหน้าที่สำคัญๆ เช่น คณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศาลธรรมนูญ เป็นต้น ต้องผ่านกระบวนการคัดสรรขั้นต้นจากคณะกรรมการ แล้วส่งให้วุฒิสภาคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติครบเพื่อเป็นผู้ปฏิบัติงานอีกครั้งหนึ่ง
Read More

ว่าด้วยเรื่องบารมีหรือกำลังใจ (6)

.

วิกฤติการณ์น้ำท่วมที่กระหน่ำประเทศไทยในช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาถึงขณะนี้ กว้างขวางกินขอบเขตทั่วประเทศ เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนนับจำนวนล้าน ๆ คน โดยเฉพาะที่อยู่ห่างไกลในทุ่งนาป่าเขาที่ความช่วยเหลือยังเข้าไปไม่ถึง ต้องต่อสู้กันไปตามมีตามเกิด ดังที่ปรากฏผ่านสื่อโทรทัศน์ให้เห็นกันทั้งภาพและเสียง

วิกฤติการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ทางหนึ่งก่อเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง เป็นมหันตภัยอย่างแท้จริง แต่อีกทางหนึ่งก็ทำให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่กันในยามที่คนอื่นตกทุกข์ได้ยาก ดังจะเห็นได้จากการสละสิ่งของเงินทองเพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ รวมทั้งสละแรงกายช่วยเหลือนำสิ่งของไปแจกจ่ายแก่เพื่อนร่วมชาติผู้เดือดร้อน นี่ย่อมประกอบไปด้วยบารมีแท้ ๆ โดยเฉพาะทานบารมี นั้นเข้มแข็งยิ่งนัก
Read More

ผู้นำองค์กรแบบพุทธ (3) ผู้นำแบบพุทธ : เป็นผู้ให้ ไม่ใช่ผู้รับ

ทฤษฎีการบริหารจัดการของฝรั่ง เฉพาะในเรื่องของผู้นำนั้น บรรดา “กูรู”ทั้งหลายจะสร้าง “หลักการ” หรือ “คุณสมบัติ” ของผู้นำขึ้นมาเพื่อให้องค์กรธุรกิจนำไปใช้ในการบริหารกิจการของตน บรรดาหลักการหรือคุณสมบัติเหล่านั้น ได้มาจากการทดลอง การปฏิบัติ การวิจัย แล้วสรุปผลสร้างเป็นทฤษฎีขึ้น ในบรรดากูรูที่ศึกษาเรื่องผู้นำ จอห์น ซี. แม็กซ์เวลล์ (John C. Maxwell) เป็นคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงด้านทฤษฎีของผู้นำ เป็นนักฝึกอบรมและพัฒนาองค์กรที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางคนหนึ่ง
Read More

ผู้นำองค์กรแบบพุทธ (2) ผู้นำแบบพุทธ : ผู้เป็นแบบอย่าง มิใช่บงการ

หลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา ที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎก ครอบคลุมกว้างขวางทั้งในเรื่องการปฏิบัติตนของคนธรรมดา การปฏิบัติตนของผู้นำ การปฏิบัติตนของนักบวชผู้มุ่งสู่ความหลุดพ้น ศาสนาพุทธแตกต่างจากศาสนาอื่นตรงที่ มีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ความหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด หรือนิพพาน ซึ่งการจะหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดดังกล่าวนั้น ต้องเรียนรู้และปฏิบัติด้วยตัวเอง ไม่มีใคร ไม่ว่าเทวดาหรือพระเจ้าจะบันดาลให้ได้

การก้าวไปถึงจุดสูงสุดคือความหลุดพ้นนั้น ทุกคนสามารถไปถึงได้ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่เลือกชั้น วรรณะ ชาติตระกูล จุดเริ่มต้นของการไปสู่ความหลุดพ้น หรืออย่างน้อยก็สวรรค์ชั้นใดชั้นหนึ่ง เริ่มจากปฏิบัติตนให้เป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ มีสมบัติมนุษย์ให้พร้อม นั่นก็คือศีลห้า

หากปฏิบัติศีลห้าครบถ้วน ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย ก็เป็นอันรับประกันได้ว่า เป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ เป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาแล้ว ส่วนการที่จะยกระดับขึ้นตัวเองไปสู่คุณภาพที่สูงยิ่งๆขึ้นไป จนกระทั่งถึงความหลุดพ้นนั้น ก็มีข้อปฏิบัติเป็นขั้นๆไป ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกันในที่นี้

ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นว่า ศาสนาพุทธไม่ได้กีดกันใครออกไปจากวิถีทางแห่งการพัฒนาตนเอง ทุกคนสามารถเป็นคนดี เป็นคนมีคุณภาพได้ ด้วยปฏิบัติดีปฏิบัติชอบด้วยตนเอง คนที่เป็นผู้ตามเพราะชาติตระกูล ก็สามารถเป็นผู้นำได้ ถ้าทำดีพอ ในขณะเดียวกัน คนที่เกิดมาเป็นผู้นำโดยชาติตระกูลก็อาจตกต่ำได้ ถ้าทำไม่ดี แม้จะมีอำนาจ อำนาจนั้นก็ไม่ยั่งยืน

ในคำสอนพุทธศาสนานั้น ไม่ว่าผู้นำจะได้อำนาจมาโดยวิธีใด หากไม่มีคุณสมบัติของผู้นำ ก็ยากที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้ ผู้นำที่ดีก็คือผู้นำที่ประชาชนรัก ยกย่องสรรเสริญ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง เนื่องมาจากการทำหน้าที่ของผู้นำนั้น เป็นไปเพื่อประโยชน์ของมหาชน มิใช่ตนแต่ฝ่ายเดียว

ด้วยเหตุนี้ ผู้นำแบบพุทธ จึงไม่ใช่ผู้นำที่จะใช้อำนาจบงการให้คนสยบใต้อำนาจตัวเอง หากแต่เป็นผู้นำที่ทำตัวเป็นแบบอย่างแก่ผู้คนที่อยู่ภายใต้อำนาจของตน ดังนั้น ผู้นำที่จะเป็นแบบอย่างให้แก่ผู้คนได้ จึงมีกฎหรือข้อปฏิบัติ เรียกว่า ธรรมของผู้นำ ซึ่งมีอยู่หลายหมวด โดยเริ่มจากศีลห้าเป็นฐานไปสู่ธรรมอื่นๆ เช่น พรหมวิหารสี่ ทศพิศราชธรรม เป็นต้น

หลายคนเมื่ออ่านถึงตรงนี้ อาจหัวเราะหรือสงสัยว่า การเป็นผู้นำนั้น ไม่เห็นจะเกี่ยวข้องกับศีลธรรม ที่เป็นเรื่องของพระสงฆ์องค์เจ้า ยิ่งการเป็นผู้นำในองค์กรธุรกิจนั้น หากมัวแต่เอาศีลธรรม พรหมวิหารสี่ มาเป็นข้อปฏิบัติก็ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องทำกำไร ไม่ต้องเทคโอเวอร์ ไม่ต้องเข้าตลาดหุ้น ไม่ต้องอะไรๆอีกจิปาถะ

หากคิดเช่นนั้นก็เป็นการเข้าใจผิดเป็นอย่างมาก เพราะศีลห้า พรหมวิหารสี่ หรือ ทศพิศราชธรรม ไม่ได้ห้ามเอากำไร ไม่ได้ห้ามเทคโอเวอร์ ไม่ได้ห้ามเข้าตลาดหุ้น

ไม่ได้ห้ามเอากำไร แต่ห้ามเอาไรเกินควร แบบขูดรีดกัน แบบพูดโกหก เพื่อที่จะได้กำไรมากๆ เข้าข่ายผิดศีลข้อสี่ มุสาฯ ซึ่งอาจจะทำให้ผิดศีลข้อ สอง อทินนาฯ เบียดเบียนทรัพย์ผู้อื่นโดยมิชอบ

ไม่ได้ห้ามเทคโอเวอร์ แต่ห้ามเทคโอเวอร์แบบไม่เป็นธรรม ด้วยการใช้เล่ห์กลพูดดีต่อหน้า แต่สมคบกับผู้อื่นแอบซื้อกิจการของเขาโดยมิชอบ ก็เข้าข่ายอทินนาฯ และ มุสาฯ ด้วยเช่นกัน

ไม่ได้ห้ามเข้าตลาดหุ้น แต่เข้าไปแล้วไปปั่นหุ้น หลอกให้คนอื่นซื้อราคาสูงๆแล้วขายเพื่อเอากำไร จากนั้นปล่อยให้ราคาตกค่อยไปช้อนซื้อคืน หรือแต่งบัญชีเอาเงินบริษัทฯมาใช้ส่วนตน หรือ โอนหุ้นให้ลูกหลานว่านเครือเพื่อเลี่ยงกฎหมายซ้ำยังไม่จ่ายภาษี เป็นต้น ซึ่งผิดศีลข้อ ปาณาฯ อาจทำให้คนซื้อหุ้นขาดทุน ฆ่าตัวตาย ทำให้ครอบครัวเขาเดือดร้อน ผิดข้อ อทินนาฯ ยักยอกทรัพย์ ขโมยทรัพย์ทั้งของบริษัทฯซึ่งมีคนอื่นเป็นเจ้าของอยู่ด้วย ขโมยทรัพย์แผ่นดินคือการเลี่ยงภาษี ผิดข้อ มุสาฯ โกหกหลอกลวงคนทั้งหลายให้เข้าใจผิดจนนำไปสู่ความเดือดร้อน

เมื่อผู้นำในองค์กรธุรกิจทำอย่างนี้เสียแล้ว คือผิดศีลตั้งหลายข้อ แล้วจะยังมีพรหมวิหารสี่ คือ เมตตา กรุณา ต่อคนของตนคือพนักงานบริษัทฯอยู่อีกหรือ จะมีมุทิตา คือยินดีที่คนในปกครองของตนมีความสุข มีความสบายดี หรือไม่ ในเมือไม่มีความเมตตากรุณาแล้ว

และเมื่อผู้นำเป็นเช่นนี้ องค์กรจะเป็นเช่นไร ผู้คนในองค์กรจะอยู่อย่างไร จะคิดทำดี ทำความถูกต้องอยู่หรือไม่ คนที่คิดไม่ดีอาจได้ที ทำไม่ดีตามผู้นำ คนที่คิดดี อาจอยู่นิ่งเฉย หรืออาจไปแสวงหาองค์กรที่ดีกว่า หรืออยู่อย่างไม่มีความสุข รอโอกาสอันเหมาะก็จะปลีกตัวไปตามทางของตน

องค์กรธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศที่ผู้นำไม่ยึดถือศีลธรรม ต่างพินาศล่มจมไปมากต่อมาก มีคดีคาราคาซังอยู่ในศาลก็เยอะ ถูกถอนจากตลาดหุ้นก็มาก ที่ยังอยู่ก็อาจจะถึงกาลอวสานในวันหนึ่งข้างหน้าได้

ผู้นำที่ไม่มีศีลก็พบกับความตกต่ำในชีวิต ถูกจับกุมมาพิจารณาตัดสินความผิด กลายเป็นนักโทษในคุกหลายปีก็มี หลายสิบปีก็มี ตลอดชีวิตก็มี หรือหนีหัวซุกหัวซุนก็มี บ้างก็ทำให้องค์กรล่มสลาย ผู้คนที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองต้องเดือดร้อนไปทั่ว

ผู้นำแบบพุทธ จึงเป็นผู้นำที่เป็นแบบอย่างในการทำดี ทำชอบ ทำสิ่งที่ถูกต้อง เมื่อทำเช่นนี้ ไม่ต้องบังคับก็มีคนทำตาม เพราะธรรมชาติของคนนั้น ต้องการสิ่งดีๆ สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ถูกต้องอยู่แล้ว

คำสอนที่เน้นให้เห็นถึงผู้นำที่เป็นแบบอย่างมีอยู่มากมาย ในพระสูตรหรือคำสอนของพระพุทธเจ้าที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎก เช่น ราโชวาทชาดก ในพระไตรปิฎกเล่ม 27 หน้า 186 (อ้างจาก พระไตรปิฎกสำหรับนักปกครองและข้าราชการ : กระทรวงมหาดไทย : 2536) ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้นำ ว่า

“ถ้าเมื่อโคทั้งหลายว่ายข้ามแม่น้ำไป ผู้นำฝูงว่ายคดอย่างนี้ โคทั้งหมดก็ย่อมว่ายคดไปตามกัน ในมนุษย์ทั้งหลายก็เหมือนกัน ผู้ใดได้รับสมมติแต่งตั้งให้เป็นใหญ่ ถ้าผู้นั้นประพฤติไม่เป็นธรรม ประชาชนนอกนี้ก็ประพฤติไม่เป็นธรรมโดยแท้ ถ้าพระราชาผู้ใหญ่ไม่ตั้งอยู่ในธรรม รัฐก็ย่อมอยู่ไม่เป็นสุขทั่วกัน ถ้าเมื่อโคทั้งหลายว่ายข้ามแม่น้ำไป โคหัวหน้าว่ายข้ามตรง เมื่อมีโคผู้นำฝูงว่ายข้ามตรงอย่างนั้น โคทั้งหมดก็ย่อมว่ายข้ามตรงไปตามกัน ในหมู่มนุษย์ทั้งหลายก็เหมือนกัน ผู้ได้รับสมมติแต่งตั้งให้เป็นใหญ่ ถ้าผู้นั้นประพฤติเป็นธรรม ประชาชนนอกนี้ก็ย่อมประพฤติเป็นธรรมไปตามโดยแท้ ถ้าพระราชาเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม รัฐก็ย่อมอยู่เป็นสุขทั่วกัน”

ผู้นำในองค์กรของท่านเป็นอย่างไร หรือท่านเป็นผู้นำแบบใด ก็ลองตรองดู.

โกศล อนุสิม
ตีพิมพ์ในคอลัมน์เรียนธรรมในธุรกิจ หนังสือพิมพืกรุงเทพะุรกิจ BEEZ WEEK วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2548

ผู้นำองค์กรแบบพุทธ (1) ข้อเท็จจริงทั่วไป : ผู้นำคือผู้บงการ

องค์ประกอบสำคัญของสังคม ไม่ว่าจะหน่วยเล็กหรือใหญ่ขนาดไหน สิ่งที่สำคัญหรือเป็นเสาหลักขององค์กรก็คือผู้นำ ไม่ว่าจะในสังคมประชาธิปไตยหรือเผด็จการ ระดับชาติหรือระดับครอบครัว องค์กรราชการหรือเอกชน บริษัทมหาชนขนาดใหญ่หรือห้างหุ่นส่วนเล็กๆ ล้วนแต่ต้องมีผู้นำทั้งสิ้น ผู้นำคือเป็นทั้งผู้ออกกฎ ควบคุมกฎ ใช้กฎ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เดินไปข้างหน้า จึงเป็นหัวใจหรือและสมองขององค์กรโดยแท้
Read More