หนังสือ,วรรณกรรม,วัฒนธรรม,ศิลปะ,เทคโนโลยี และจิปาถะ

  • เมื่อตะวันตกล่าอาณานิคม : บางคำตอบของคำถาม –เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปเพื่ออะไร

    คนที่ไม่ชอบหรือไม่สนใจวิชRead More

    Learn More
  • อ่านความหมายเบื้องหลังถ้อยคำของสุนทรภู่ : จะยกหยิบธิบดีเป็นที่ตั้ง ก็ใช้ถังแทนสัดเห็นขัดขวาง

    การอ่านวรรณกรรมร้อยแก้วหรRead More

    Learn More

L A T E S T   P O S T S

OPEN THE WINDOW, EYES CLOSED : เรื่องเล่าของชาวชนบทแห่งเวียดนาม

เวียดนามเป็นประเทศที่ใกล้ชิดกับประเทศไทยทั้งทางด้านภูมิศาสตร์และทางด้านความสัมพันธ์ในฐานะประเทศอาเซียนด้วยกัน แต่ดูเหมือนว่าคนไทยรู้เรื่องเกี่ยวกับเวียดนามยังไม่มากเท่าที่ควรจะเป็น นอกจากเรื่องเวียดนามเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นดีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับประชากรเกือบ 70 ล้านคน และอีกสิ่งหนึ่งคือกาแฟขี้ชะมดของเวียดนามที่นักดื่มกาแฟให้การยอมรับว่าอร่อยเป็นเลิศแล้ว นอกจากนี้คงไม่มีเรื่องอื่นใดของเวียดนามที่คนไทยจะรู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วรรณกรรมของเวียดนามนั้น มีน้อยยิ่งนักที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย น่าจะน้อยพอๆ กับวรรณกรรมกัมพูชา โดยน้อยกว่าวรรณกรรมลาว พม่า มาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศอาเซียนที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่และมีพรมแดนติดกัน

Read More

“แสงออน” และ “นาคกัญญา” : อิทธิพลของผู้หญิงต่อการบ้านและการเมืองในสังคมผู้ชายเป็นใหญ่

นิยายขนาดสั้นเรื่อง “แสงออน” และ “นาคกัญญา” ของ มาลา คำจันทร์ แม้นำเสนอเรื่องรักข้ามภพชาติที่เกี่ยวพันกันระหว่างภพมนุษย์กับภพนาคในทำนองชิงรักหักสวาทซึ่งอาจมองว่าเป็นเรื่องรักดาดๆ ทั่วไปได้ แต่สาระและความคิดที่ผู้เขียนใส่เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเชื่อการเวียนว่ายตายเกิดรัก โลภ โกรธ หลง การแสวงหาหนทางพ้นทุกข์ตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า การแย่งชิงอำนาจทางการเมืองของพวกนาคโดยมีผู้หญิง (นาคหญิง) คือ นาคกัญญา เป็นแก่นกลางของเรื่อง ทำให้นิยายขนาดสั้นสองเรื่องอันเป็นภาคต่อกันนี้ มีความพิเศษขึ้นมา โดยเฉพาะเรื่องบทบาทของผู้หญิงในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ผู้เขียนนำเสนอได้น่าสนใจยิ่ง

ก่อนจะพูดถึงเนื้อหาของนิยาย ขอทำความเข้าใจกับลักษณะของสังคมผู้ชายเป็นใหญ่ก่อนเพื่อประกอบการพิจารณาประเด็นที่จะกล่าวถึง

Read More

วิหยาสะกำ : ผู้ยอมตายเพื่อความรักและภัยแห่งกามตัณหา

ตัวละครระดับรองซึ่งเป็นตัวประกอบหลักในเรื่องอิเหนา (ฉบับพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2) ซึ่งมีอยู่มากมายที่ผมชอบมากมีอยู่สามตัว คือ ระตูจรกา วิหยาสะกำ และ สังคามาระตา ซึ่งล้วนแต่เป็นตัวละครที่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม วัยเดียวกับผม (ฮา) วัยเดียวกับผมเมื่อตอนผมอ่านอิเหนาอย่างจริงจังตอนเรียนมหาวิทยาลัยนั่นแหละ ผมเคยเขียนถึงระตูจรกาไปแล้ว บัดนี้ถึงคิวของวิหยาสะกำ บ้าง

วิหยาสะกำเป็นเจ้าชายรูปงาม โอรสของพระเจ้ากะหมังกุหนิง พระมารดาคือประไหมสุหรี เมืองของวิหยาสะกำนั้น ไม่ใช่เมืองในสหราชอาณาจักรวงษ์เทวัญซึ่งมีอยู่ 4 เมืองคือ
Read More

กวีกับครู : ครูภาษาไทยคือผู้สร้างนักเรียนเตรียมกวี

เขียนเรื่องกวีมาหลายตอน หวังว่ายังไม่ใครเบื่อ ถ้าเบื่อก็บอกนะครับ จะได้เขียนต่อ (ฮา) ไม่ได้คิดว่าตัวเองรู้มาก เก่งมาก หรือชำนาญมาก แต่คิดว่า ที่เขียนๆ ไป อาจเป็นประโยชน์บ้าง สักนิดก็ยังดี – ดีกว่าหายใจทิ้ง คึคึ

ตอนนี้อยากเขียนถึงบุคคลสำคัญที่เป็นผู้ปั้นกวีขั้นเริ่มต้น เรียกว่า นักเรียนเตรียมกวีก็แล้วกัน การเป็นกวีหรือเป็นอะไรๆ นั้น นอกจากพรสวรรค์ คือความรักความชอบที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด (หรือตั้งแต่ชาติที่แล้วๆ มา เรียกว่าวาสนาเก่า) แล้ว สิ่งสำคัญที่จำให้ความรักความชอบกลายเป็นทำได้ทำเป็นก็คือ การเรียนรู้และฝึกฝน ซึ่งการเรียนรู้และฝึกฝนนั้น ต้องมีผู้แนะนำ ผู้ให้คำสั่งสอน ซึ่งก็คือครู

Read More

ข้อสงสัยเรื่อง “พรมแดนสากล” ในคำประกาศซีไรต์ 2560

ผมเพิ่งได้อ่านหนังสือรวมเรื่องสั้นรางวัลซีไรต์ปี 2560 สิงโตนอกคอก ของ จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท ซึ่งผมไม่มีความเห็นเรื่องหนังสือ แต่มีความสงสัย หรือเรียกว่าติดใจ หรือข้องใจ ในถ้อยคำบางประโยคของคำประกาศจากคณะกรรมการตัดสินรางวัล ผมขอคัดข้อความมาดังนี้

“ด้านกลวิธีใช้การเล่าเรื่องแบบอุปมานิทัศน์ (allegory) ที่มีโครงสร้างของเรื่องซ้อนกันหลายชั้นอย่างสัมพันธ์กัน โดยเชื่อมโยงตัวบทอื่นๆ เช่น ตำนานและเรื่องเล่า ที่ผู้อ่านคุ้นเคย การสร้างตัวละครและฉากที่ไม่อยู่ในบริบทสังคมไทยเป็นการข้ามพรมแดนของการเล่าเรื่องไปสู่ความเป็นสากล ผู้เขียนใช้ภาษาในการเล่าเรื่องอย่างเรียบง่ายทว่าลุ่มลึกและคมคาย”
Read More

คน 4 ประเภท : มีมืดบ้างสว่างบ้าง

คนทั้งหลายในโลกแม้มีมากมาย แต่หากจัดประเภทแยกหมู่ลำดับหมวดแล้วก็มีอยู่ไม่กี่ประเภท ตามกรอบเกณฑ์ของการจัดประเภท ว่าจะมีไว้อย่างไร สมเด็จพระสมัมาสัมพุทธเจ้าทรงจัดคนไว้เป็นประเภทต่างๆ ตามปัญหาที่มีผู้ทูลถาม ครั้งหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลแห่งเมืองสาวัตถีทูลถาม พระองค์จึงทรงจำแนกไว้ว่า มีบุคคลปรากฏอยู่ในโลกนี้ 4 ประเภท คือ พวกมืดมาแล้วมืดต่อไปหนึ่ง พวกมืดมาแล้วสว่างไปหนึ่ง พวกสว่างมาแล้วมืดไปหนึ่ง พวกสว่างมาแล้วสว่างต่อไปหนึ่ง นี่คือคนทั้งหลายในโลกล้วนแต่อยู่ใน 4 ประเภทนี้ โดยทรงอธิบายรายละเอียดคนแต่ละประเภทสรุปได้ว่า
Read More

โลกของหนูแหวน : มนุษย์ยังเยาวัย

ในบรรดาหนังสือที่มีตัวละครเด็กดำเนินเรื่องแต่เนื้อหาไม่ใช่เรื่องเด็กๆ นั้น ย่อมมี “โลกของหนูแหวน” อยู่ด้วยอย่างแน่นอน เฉกเช่นเดียวกับ “เจ้าชายน้อย” ของ อองตวน เดอ แซงแตก-ซูเปรี ที่นำเราไปค้นหาซึ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในเบื้องลึกของจิตใจ “โลกของหนูแหวน” ที่นำโดย “หนูแหวนแขนอ่อน” ก็เป็นเช่นนั้น

โลกของหนูแหวน เป็นหนังสือที่อ่านแล้วไม่เบื่อ อ่านเมื่อใดก็ได้เมื่อนั้น แม้วันเวลาที่อ่านครั้งแรกจะผ่านมานานนักหนา แต่พอหยิบขึ้นมาอ่านในวันนี้ ก็ทำให้ยิ้มได้ ยิ้มให้ความช่างสงสัยใคร่รู้ของหนูแหวน ที่สงสัยไปเสียทั้งหมด ยิ้มให้ความใสสะอาดของจิตใจเด็ก ที่ยังไม่มีจริต
Read More

นิทานก้อม เดอะซีรี่ย์ (1) : ที่เป็นมาและที่เป็นอยู่

นิทานก้อม (ก้อม=สั้นๆ) เป็นเรื่องเล่าปากต่อปากหรือมุขปาฐะของชาติพันธุ์ลาวฝั่งขวาในภาคอีสานของไทย ส่วนลาวฝั่งซ้ายนั้นผมไม่ทราบว่ามีหรือไม่ แต่เดาเอาว่าคงมีเช่นกัน ที่เรียกว่านิทานก้อมเพราะเป็นเรื่องก้อมๆ เล่ากันไม่น่าจะเกินสิบนาที ในสมัยผมเป็นเด็กเมื่อห้าสิบปีก่อนนั้น ยังได้ฟังนิทานก้อมจากปากของผู้ใหญ่ ส่วนปัจจุบันก็ไม่ทราบว่ามีการเล่าอยู่หรือไม่ เห็นแต่นิทานก้อมย้ายจากปากคนมาอยู่ในหนังสือและถูกแปลงเป็นละครก้อมในยูทูปกันแล้ว เรื่องละหลายฉบับด้วย
Read More

ราชนีติ : วิถีพระราชามรรคาผู้นำ (7)

เมื่อตอนที่แล้ว ได้ศึกษาคาถาบทที่ 32-35 ซึ่งสรุปความได้ว่า เป็นธรรมแห่งการเอาชนะแผ่นดินทั้งปวง เป็นการชนะด้วยปัญญา ด้วยสร้างประโยชน์แก่มหาชน ไม่ใช่การเอาชนะด้วยกำลังแต่อย่างใด ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชนะด้วย “ศาสตร์พระราชา” ซึ่งได้รับการยอมรับและนำไปใช้จากประเทศต่างๆ ในโลก

คราวนี้ เราจะได้ศึกษาคาถาบทต่อๆ ไปพร้อมกัน ดังนี้

คาถาบทที่ 36 พระเจ้าอยู่หัวทรงวิทยาคุณ มีพระปรีชาชาญฉลาด ทรงเฉียบแหลม ปราศจากความริษยา ทรงคบหาสมาคมกับครู พระเจ้าอยู่หัวพระองค์นั้น ย่อมทรงบรรลุถึงยศอันไพบูลย์
Read More

ราชนีติ : วิถีพระราชามรรคาผู้นำ (6)

ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงคาถาบทที่ 22-31 ซึ่งมีประเด็นสำคัญอยู่สองเรื่อง คือ “รู้จักย่ำยีข้าศึกให้พินาศ” กับ ““พระเจ้าอยู่หัวต้องทรงแต่ดี ประกอบด้วยคุณมีสัมพันธมิตรเป็นต้น” รายละเอียดเป็นเช่นไรขอเชิญย้อนกลับไปอ่านได้ในตอนที่ 5 ดังกล่าว ในตอนที่ 6 นี้จะได้ศึกษาคาถาบทต่อๆไป ประกอบด้วย

คาถาบทที่ 32 พระเจ้าอยู่หัว ต้องทราบวิธีทำลายข้าศึก ทรงชำนะความโกรธเสียได้ ไม่มักได้ ไม่มัวหลับ ไม่เกียจคร้าน มีพระทัยเผื่อแผ่ ทรงสั่งสอนคนโง่ให้เป็นฉลาดได้

คาถาบทที่ 33 พระเจ้าอยู่หัว ต้องดำรงพระองค์มิให้หลงลืม ไม่ทรงทำยุคเข็ญให้กับเขตแคว้น ทรงเป็นที่รักใคร่ของประชาชน ทรงเป็นที่นิยมนับถือของสัตบุรุษ ทรงทราบกาลเทศะ ทรงประกอบด้วยธรรม 7 ประการ

คาถาบทที่ 34 พระเจ้าอยู่หัว ต้องทรงรู้จักพระดำรัสที่จะตรัสในวาจาว่าควรอย่างไร ทรงฉลาดในอุบาย ทรงสอบสวนในข้อสงสัย ทรงยินดีในทานและศีล ทรงปราศรัยก่อนด้วยดี
Read More